“จริงสิ” วาทียืนยัน นั่นทำให้ทุกคนที่เหมือนจะถูกชะตากับมัตสยา เพราะหญิงสาวไม่ถือตัว แถมยังไว้ใจให้ดูแลลูกสาวให้ออกอาการดีใจอย่างออกนอกหน้า “ดีเลยค่ะ รีบมาไว ๆ นะคะ” มัตสยายิ้มรับเขิน ๆ พร้อมกับพยักหน้า “ค่ะ งั้นมัทขอพายัยหนูกลับก่อนนะคะ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยดูแลนะคะ” และก่อนกลับก็ไม่วายที่จะยกมือไหว้ทุกคนที่ดูอายุมากกว่าเธอ “ยินดีมาก ๆ เลยค่ะ” “บ๋ายบายก่อนลูก” พอคนเป็นสั่งหนูน้อยก็ยกมือขึ้นโบกพร้อมกับรอยยิ้มสดใสเหมือนเคย นั่นทำเอาผู้ใหญ่ทุกคนต่างพากันยกมือโบกกลับอย่างเอ็นดู “บ๋ายบายนะคะคุณหนู” มัตสยาเดินอุ้มลูกออกมาที่รถพร้อมกับอมยิ้มตลอดเวลา การมาที่นี่ในครั้งนี้ ไม่น่าเชื่อว่าหลาย ๆ คนจะให้ยอมรับและต้อนรับเธออย่างอบอุ่นขนาดนี้ มีแค่นางนิลมณีกับเรวันต์เท่านั้นที่ไม่ค่อยชอบเธอสักเท่าไหร่ แต่คนหลังเธอไม่ค่อยกังวล เพราะอยู่กันคนละบ้าน แต่กับนางนิลมณีนี่สิ คิดมาถึงตรงนี้เธอก็อดที่จะทำหน้าสลดไม่ได้ “เป็นอะไร เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวเศร้า” วาทีทักคนที่เขาสังเกตเห็นว่าตอนเดินมายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว มาตอนนี้ทำหน้าอย่างกับคนคิดหนัก “แม่ของบอสเหมือนจะไม่ชอบมัทเลยนะคะ” มัตสยาหันมามองวาทีด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล ศึกระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้เนี่ยเธอไม่ค่อยอยากจะให้มันเกิดเลยจริง ๆ “ท่านแค่งอนผมเท่านั้น อีกหน่อยพอมีหลานก็หายงอนไปเองแหละ” วาทีแนะนำยิ้ม ๆ ไม่ได้คิดมากอะไร เพราะรู้ดีว่าคนเป็นแม่ไม่ได้เป็นคนใจไม้ไส้ระกำอะไร ตอนแรกอาจจะดูมึนตึงไปบ้าง แต่เขาเชื่อว่าคนอย่างมัตสยาจะเอาชนะใจท่านได้ไม่ยาก “เฮ้อออ...” มัตสยาอดที่จะถอนหายใจไม่ได้ เรื่องที่วาทีแนะนำมา ใช่ว่าจะทำไม่ได้ แต่ที่กังวลคือทำแล้วมันจะได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการหรือเปล่าต่างหาก “อะไรถอนหายใจทำไมอีก” วาทีถามเสียงกลั้วหัวเราะ “กลัวทำให้บอสและทุกคนผิดหวังน่ะสิคะ รู้ไหมกว่ามัทจะได้น้องของขวัญมา นานหลายปีเลยนะคะ ถ้าเกิดมันไม่มี...” พูดยังไม่ทันจบ วาทีก็เอ่ยแทรกขึ้น “คิดมากไปแล้ว ยังไม่ทันเริ่มอย่าเพิ่งกังวลสิ ดูถูกฝีมือผมหรือไง” ชายหนุ่มบอกด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจในตัวเองเกินร้อย “ก็ไม่รู้สิคะ ยังไม่เคยลอง” มัตสยาตอบกลับอย่างท้าทาย “เดี๋ยวได้ลองจะรู้ ว่ามีลูกหัวปีท้ายปีมันเป็นยังไง” วาทีก้มลงมากระซิบที่ข้างหูและก่อนผละออกไปก็ไม่วายเป่าลมใส่ ทำเอามัตสยาถึงกับขนลุกซู่ “บอสนี่หื่นกว่าที่คิดนะคะ ไม่คุยด้วยแล้ว” มัตสยามองค้อนก่อนจะรีบขึ้นไปรถบนรถ วาทีเปิดประตูแล้วเดินอ้อมไปขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับพลางหัวเราะขำอย่างอารมณ์ดี หลังจากวันที่มัตสยาไปพบครอบครัวของวาทีไม่นานเท่าไหร่ ครอบครัวของวาทีก็ไปคุยเรื่องแต่งงานของทั้งคู่ โดยครั้งนี้นอกจากนายวาทิต นางนิลมณีแล้วนายเวโรจน์ก็ไปด้วย ทำเอาครอบครัวฝั่งของมัตสยาอดตื่นเต้นไม่ได้ เรียกได้ว่าเมื่อคืนนอนแทบไม่หลับ เช้ามาก็พากันตื่นแต่เช้า ใส่บาตรแล้วก็รีบมาเตรียมตัวเตรียมใจรอ โดยที่ตอนนี้นายเปรมก็ลุกนั่งได้แล้ว แต่ก็ยังเดินเหินด้วยตัวเองไม่ได้ แต่เมื่อมีพยาบาลพิเศษคอยกำกับการทำกายภาพบำบัดอย่างเสมอ สภาพโดยรวมก็ถือว่าดีขึ้นมาก
ดีมาก
7d
0ดีมาก
08/08
0แต่งได้ดีมากกกกก เยี่ยมมม
02/07
0ดูทั้งหมด