logo text

บทที่ 139 ตอนที่ 37 ระแวง (2)

เมื่อวานกว่าจะมาถึงบ้านของคนเป็นแม่ก็เป็นเวลากินข้าวพอดี ทำให้เมื่อกินข้าวเสร็จวาทีที่มีท่าทางเหนื่อยล้าก็ขอตัวขึ้นไปนอน มัตสยาคุยกับพ่อแม่ครู่ใหญ่ก่อนจะขอตัวบ้างเหมือนกันเพราะลูกสาวตัวน้อยง่วงจนเริ่มงอแง
เช้ามาทุกคนต่างได้พักผ่อนเต็มที่แล้ว สีหน้าจึงดูสดใสร่างเริงขึ้นมากกว่าเดิม โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กที่เดินเล่นไปทั่วสนามหญ้า โดยมีวาทีตามดูแลอยู่ไม่ห่าง
“ไปเจอตาเชนมาเป็นยังไงบ้างล่ะ” นางมินตราถามถึงอดีตลูกเขย เรื่องที่ลูกสาวพาหลานไปเจอนางไม่ได้ขัดข้อง แต่ก็เตือนเพราะกลัวมีปัญหากับคนใหม่อย่างวาทีเสมอ
“ก็ดีค่ะ ซื้อของมาให้ยัยหนูเยอะแยะทุกรอบเลย ทั้งที่บอกว่าไม่ต้องซื้อก็ไม่ฟังเลย บอกว่าอยากชดเชยเวลาที่ผ่านมา”
“ยังไม่มีแฟนใหม่เหรอ” เรื่องที่เชนเลิกกับแฟนแล้วพวกท่านก็รู้ตั้งแต่ตอนที่ลูกสาวโทรมาบอกว่าเชนขอเจอหลานสาวแล้ว อย่างที่รู้กันคือแฟนใหม่ของเชนนั้นขี้หึงมาก การที่จู่ ๆ ปล่อยให้เชนมาเจอลูกเลยเป็นอะไรที่น่าแปลกใจ ก่อนสุดท้ายจะรู้ว่าเลิกกันแล้ว
“ไม่รู้สิคะ ไม่เห็นพูดถึง มัทเองก็ไม่ได้ใส่ใจ” มัตสยายักไหล่เธอไม่ได้ใส่ใจจริง ๆ และไม่ได้คิดจะถามด้วย ไปเจอกันส่วนมากจะคุยเรื่องลูกมากกว่า
“คนเรานี่นะ เวลาอยู่ด้วยกันไม่รักษาไว้ พอแยกกันแล้วมาทำดี” นายเปรมที่หยิบฝรั่งขึ้นมากินเอ่ยขึ้นพลางส่ายหน้า
“เขาเป็นเลือกนะคะ” มัตสยายิ้มให้บุพการีทั้งสอง ว่าทุกอย่างมันเกิดจากการกระทำของเขาล้วน ๆ ถ้าจะโทษใครสักคน คนคนนั้นก็ต้องเป็นเขาเองนั่นแหละ
“ถ้าไม่ไปหลงผู้หญิงอื่นป่านนี้อยู่ดีมีความสุขกันตามประสาครอบครัวไปแล้ว” นางมินตราเอ่ยขึ้นพลางถอนหายใจ โดยไม่ได้คิดอะไร ก่อนจะโดนคนเป็นสามีทักท้วง
“อย่าไปพูดให้พ่อทีได้ยินเชียวนะ ครอบครัวเขาร้าวฉานเพราะแม่ทำไง” นายเปรมหันไปมองวาทีที่ดูแลหลานสาวอยู่อย่างใกล้ชิด โดยไม่มีท่าทีรังเกียจ เขาก็ได้แต่รู้สึกขอบคุณจากใจ
“จริงด้วย แม่ขอโทษนะ” นางมินตราที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไปถึงกับหน้าซีด มองหาลูกเขยอย่างกลัวว่าจะมาได้ยินเข้า ก่อนจะถอนหายใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเดินเล่นอยู่กับหลานสาวของนางค่อนข้างห่างจากตรงนี้ไปพอสมควร
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณทีเขาไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยอะไร และอีกอย่างเราไม่มีทางไปเปลี่ยนอดีตได้หรอกค่ะ” มัตสยายิ้ม เพราะชีวิตในปัจจุบันของเธอดีและมีความสุขมากแล้ว เธอไม่อยากย้อนคิดไปถึงอดีตอันเจ็บปวดอีก
“เอ่อ ว่าแต่มาคราวนี้ดูพ่อทีเงียบ ๆ เครียด ๆ ยังไงชอบกลนะว่าไหม” นางมินตราถามอย่างคนที่ชอบสังเกตคน
“ใช่ ๆ” นายเปรมเอ่ยเสริม แม้วันนี้อีกฝ่ายจะทำตัวเหมือนปกติ แต่สีหน้าที่ดูเครียด ๆ และอาการเหม่อลอยเป็นระยะ ๆ ดูไม่ปกติเอาซะเลย
“คงเหนื่อยจากงานน่ะค่ะ” มัตสยายิ้มให้บุพการีทั้งสองอย่างอยากให้ท่านวางใจและเชื่อในสิ่งที่ตัวเองพูดออกไป ทั้งที่ในใจเองก็คิดว่าไม่น่าจะใช่แค่เหตุผลนี้ ก่อนหน้าไม่ใช่ว่าไม่เคยทำงานหนัก แต่วาทีไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน
“งานหนักเหรอ ระดับเจ้าของเหนื่อยขนาดนั้นเลยเหรอ” นางมินตราถามอย่างคนที่ไม่ได้รู้กระบวนการของการทำงานระดับผู้บริหารที่มีธุรกิจใหญ่ ๆ นัก คิดแค่รวย มีเงินเยอะแล้วจะสบาย งานไม่หนัก นั่งโต๊ะเซ็นนั่นเซ็นนี่ก็จบแล้ว
“เหนื่อยสิคะแม่ วัน ๆ อยู่แต่กับกองเอกสาร เดี๋ยววิ่งประชุม เดี๋ยวคุยกับลูกค้า บางวันตารางงานแน่นแอ๊ดเลยนะคะ ถึงจะไม่ได้ใช้แรงงานอะไรแต่ใช้แรงสมองเยอะมาก ๆ เลยนะคะ” มัตสยาอธิบาย

หนังสือแสดงความคิดเห็น (258)

  • avatar
    วิเศษดอนหวายมนตนภา

    ดีมาก

    8d

      0
  • avatar
    ลืมไปเธอไม่ได้เกิด มาเจอเราแค่คนเดียว

    ดีมาก

    08/08

      0
  • avatar
    Atchararpon Zx

    แต่งได้ดีมากกกกก เยี่ยมมม

    02/07

      0
  • ดูทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

บทล่าสุด