“ดูสิเป็นรอยแดงเลย” นางนิลมณีแตะอย่างเบามือ เมื่ออ้อยกลับมาพร้อมกับขวดนมนางก็รีบสั่ง “ไปเอายามาทาไปเดี๋ยวฉันป้อนนมให้เอง” “ค่ะ” อ้อยยื่นขวดนมให้กับนางนิลมณีแล้วรีบไปหากล่องยาที่มัตสยาเก็บแยกไว้เฉพาะยาที่ใช้สำหรับเด็ก “มานี่มากินนมก่อน” นางนิลมณีรับเด็กน้อยมาจากคนเป็นสามีแล้วจัดการอุ้มหนูน้อยในท่านอนแล้วเอานมใส่ปากเพียงเท่านั้นเสียงร้องไห้เมื่อครู่ก็เงียบหายไปทันที เหลือเพียงเสียงสะอื้นที่หลุดออกมาเป็นระยะ ๆ เท่านั้น “เธอทาเลยตรงหน้าผากแดง ๆ น่ะ” นางสั่งอ้อยที่ถือยามานั่งใกล้ ๆ “ของเล่นเด็กวัยนี้พยายามหาที่เป็นพลาสติกนิ่ม ๆ น่าจะดีกว่านะ” “ค่ะ” อ้อยบอกอย่างรู้สึกผิด พลางแอบปรายตามองนางนิลมณีที่อุ้มหนูน้อยของขวัญที่ตอนนี้ได้กินนมและเริ่มจะหายเจ็บเลยเล่นกับคนที่อุ้มด้วยการจับนิ้วของคนที่จับขวดนมให้เล่นพร้อมกับยิ้มให้อีกฝ่ายเป็นระยะ และนั่นทำให้อ้อยแอบเห็นว่านางนิลมณีหลุดยิ้มให้หนูน้อยด้วย “น่าจะดีขึ้นแล้ว เดี๋ยวอ้อยดูแลต่อเองนะคะ” “ระวังด้วยล่ะ” นางนิลมณีเตือนพร้อมกับยกหนูน้อยที่กำลังสนุกกับการเล่นนิ้วของนางส่งต่อให้กับพี่เลี้ยง “ค่ะ” อ้อยรับคำมองตามอีกฝ่ายแล้วแอบอมยิ้ม ซึ่งก็ไม่ต่างกับนายวาทิต “เขาชอบทำหน้าดุไปอย่างนั้นแหละแต่จริง ๆ ใจดีนะ” “ค่ะ แค่ยอมอุ้มคุณหนูก็ดีใจแล้วค่ะ” อ้อยบอกไปตามความสัตย์จริง ซึ่งก็ทำให้นายวาทิตหัวเราะชอบใจ “ฉันก็ไปล่ะ เล่นดี ๆ อย่าซนนะ” นายวาทิตลูบศีรษะเล็ก ๆ ของคนที่ยังคงดื่มนมต่ออย่างเอ็นดู แล้วลุกขึ้นเดินผละออกไปหาคนเป็นพ่อที่นั่งมองยิ้ม ๆ อยู่ “ถ้าเกิดตาทีไม่มีลูกจริง ๆ พ่อจะทำยังไงครับ หรือจะต้องยอมรับเด็กคนนี้เป็นทายาท” นายวาทิตถามอย่างสงสัย และพูดถึงความเป็นไปได้ในอนาคตที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น “รับปากมันไปแล้วนี่ ตาทีน่ะไม่ใช่แค่หลงแม่เด็กหรอกนะแต่หลงเด็กคนนี้ด้วย” นายเวโรจน์พูดพลางหัวเราะ และนึกถึงวันที่หลานชายไปบอกว่าจะแต่งงานพร้อมกับยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับเด็กคนนี้แล้ว รู้เลยว่ารักเด็กคนนี้มากแค่ไหน ไม่ใช่ว่าเห็นแล้วรักเลย แต่เหมือนจะเอาตัวลงไปรู้จักกับทุกคนในครอบครัวของมัตสยา รวมถึงไปสืบประวัติและความเป็นไปต่าง ๆ ของอีกฝ่ายมามากพอสมควรเลยล่ะ “คุณพ่อไม่ติดใช่ไหมครับ” “ถ้าเราเลี้ยงดูอย่างดี พ่อเชื่อว่าเด็กคนนี้ที่มีพื้นฐานครอบครัวที่ดีจะต้องโตขึ้นมาเป็นเด็กที่ดีและเก่งได้แน่นอน” นายเวโรจน์บอกอย่างมั่นใจ “ผมก็ไม่มีปัญหาหรอกนะ เด็กก็น่าเอ็นดูดี” นายวาทิตมองเด็กที่ก่อนหน้ายังร้องไห้อยู่เลย ตอนนี้คลานเล่นแล้ว “แล้วเมียแกล่ะ” “แม้จะดูมึน ๆ ตึง ๆ แต่ก็ไม่ได้อะไรหรอกครับ เอาจริง ๆ เขาไม่เคยขัดเจ้าทีได้เลยสักครั้ง ผมว่าครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่เข้าไปช่วยดูแลเด็กหรอก” “ก็ดี ฉันไม่อยากเห็นศึกระหว่างแม่ผัวลูกสะใภ้” นายวาทิตมองคนเป็นพ่อแล้วหัวเราะ เอาจริง ๆ เขาก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะมีศึกอะไรแบบนั้นหรือเปล่า เพราะมัตสยาเองก็เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ แต่ดูจากการวางตัวแล้ว คิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาอะไร คงพอวางใจได้แหละ การทำงานด้วยสถานะที่เปลี่ยนไปไม่ได้ทำให้มัตสยาทำตัวแปลกไป เพราะในบริษัทนี้ คนที่รู้ไม่ได้เยอะส่วนมากจะเป็นผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น มัตสยาเลยรู้สึกว่าไม่ได้เป็นที่จับตามองหรือหัวข้อซุบซิบของพนักงานทั่วไป
ดีมาก
7d
0ดีมาก
08/08
0แต่งได้ดีมากกกกก เยี่ยมมม
02/07
0ดูทั้งหมด