logo text

บทที่ 94 ตอนที่ 24 เพื่อนใหม่ (5)

“อื้อ” นางนิลมณีรับไหว้พร้อมกับครางรับสั้น ๆ ก่อนจะหันไปมองหนูน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของลูกสะใภ้ที่กำลังส่งยิ้มให้นาง “จะไปไหนกัน”
             “พอดีแนนมีเรื่องจะปรึกษาคุณมัทน่ะค่ะ” นันทิดารีบออกตัวอย่างรู้สึกเกรงใจ ซึ่งนางก็ทำแค่พยักหน้ารับก่อนจะหันไปพูดกับมัตสยา
             “เอามาสิจะดูแลให้ เอาไปด้วยเกะกะเปล่า ๆ” นางอาสาอย่างเป็นห่วง แม้พื้นที่ด้านหลังจะกว้างแต่ก็มีพื้นต่างระดับเยอะพอสมควร ไม่เหมาะสำหรับเด็กที่กำลังซน
             “เอ่อ...” มัตสยาออกอาการลังเลทว่าลูกสาวของเธอกลับไม่ใช่อย่างนั้น เพียงแค่ผู้สูงวัยยื่นมือมาหาก็ไปในทันที “งั้นฝากด้วยนะคะ ตอนนี้คุณทีคุยโทรศัพท์อยู่ค่ะ”
             “อื้อ” นางรับคำแค่นั้นก็เดินอุ้มหนูน้อยผละออกไปทันที โดยมีสายตาสงสัยระคนแปลกใจของนันทิดามองตามหลังไป “ดูเหมือนไม่เต็มใจแต่ก็เต็มใจยังไงก็ไม่รู้นะคะ” เธอบอกความรู้สึกเมื่อเห็นสีหน้าและคำพูดซึ่งมันค่อนข้างสวนทางกับการกระทำของนางนิลมณี
             “คุณมณีเขาไม่ค่อยชอบฉันเท่าไหร่น่ะค่ะ” มัตสยาบอกยิ้ม ๆ ก่อนจะเดินนำไปที่โซฟาแล้วผายมือเชิญให้อีกฝ่ายเลือกที่นั่งได้ตามใจ
             “แล้วให้ดูยัยหนูแบบนั้น...” หญิงสาวยังคงพูดถึงนางนิลมณีและหนูน้อยของขวัญ
             “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ท่านไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น พี่อ้อยบอกว่าท่านมาช่วยดูแลยัยหนูบ่อย ๆ ดูท่าจะจริงนะคะ เพราะแค่ยื่นมือมายัยหนูก็ไปหาเลย” ตอนแรกที่ได้ยินพี่อ้อยพูดให้ฟังเธอก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อ แต่พอได้ยินเรื่อย ๆ ก็เริ่มจะคล้อยตามถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยได้เห็นกับตา เพราะเวลาที่ลูกสาวอยู่กับเธอท่านไม่ค่อยจะเข้ามายุ่งเลย ต่างคนต่างอยู่มากกว่า จนวันนี้ได้เห็นปฏิกิริยาที่ลูกสาวมีต่อนางนิลมณีเธอเชื่อแล้วล่ะว่าเรื่องที่พี่อ้อยชอบเล่าให้ฟังมันคือเรื่องจริง
             “คุณมัทนี่โชคดีจริง ๆ นะคะ” นันทิดามองอีกฝ่ายด้วยสายตาอิจฉาไม่น้อย ก่อนจะก้มมามองท้องโต ๆ ของตัวเอง
             “ถ้าพูดถึงตอนนี้ก็คงใช่ค่ะ ทั้งหมดนี้ก็ต้องขอบคุณตัวเองนะคะ ถ้าไม่เข้มแข็งคงไม่ได้เจออะไรดี ๆ แบบนี้” มัตสยายิ้ม ไม่ได้ไม่พอใจกับคำพูดของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย เพราะค่อนข้างเข้าใจอารมณ์ที่แสนจะแปรปรวนของคนท้องดี
             “ฉันเองก็ทำได้ใช่ไหมคะ” นันทิดามองมัตสยาด้วยแววตาที่สับสน
             “ใคร ๆ ก็ทำได้ค่ะ” มัตสยายื่นมือไปกุมมือที่เย็นชื้นของอีกฝ่ายพร้อมกับยิ้มอย่างให้กำลังใจ เธอรับรู้ถึงปัญหาระหว่างเรวันต์กับนันทิดามาตลอด เพราะเหมือนอีกฝ่ายจะไม่กล้าที่จะระบายให้ใครฟังเลยเลือกเธอที่แม้จะรู้จักไม่นานแต่กล้าเปิดใจและเล่าเรื่องราวในอดีตให้กันและกันฟังจึงได้รับความไว้วางใจอย่างรวดเร็ว เหมือนเจอเพื่อนหัวอกเดียวกัน
             “ฉันกลัว” นันทิดาที่บางครั้งตั้งใจเป็นมั่นเหมาะและมั่นใจว่าจะทำในสิ่งที่ตัดสินใจเอาไว้ได้ แต่พอเวลาผ่านไปไม่นานกลับรู้สึกว่าไม่ใช่เลย เธอยังไม่มีความกล้าพอ
             “ฉันก็เคยกลัว แต่เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์อย่างนั้น มองดูลูกและพ่อแม่ที่คอยให้กำลังใจอยู่เสมอมันทำให้ฉันต้องข่มความกลัวนั้นเอาไว้และตัดสินใจสู้กับมันสักตั้ง คนอื่นยังทำได้ทำไมเราจะทำไม่ได้ ฉันคิดแค่นั้นจริง ๆ ค่ะ” มัตสยาบอกสิ่งที่เคยประสบพบเจอออกไปตามความจริง ไม่รู้หรอกว่ามันพอจะช่วยอีกฝ่ายได้หรือเปล่า “ลูกและครอบครัวถือเป็นกำลังใจสำคัญมาก ๆ สำหรับฉันเลยค่ะ คุณแนนลองเปิดใจคุยเรื่องนี้กับพวกท่านดูไหมคะ” หญิงสาวแนะนำ เพราะอีกฝ่ายเคยบอกว่าไม่กล้าพูดเรื่องนี้ให้พ่อแม่ฟังเลย กลัวท่านผิดหวัง
             “ถ้าท่านไม่เห็นด้วยล่ะคะ” นันทิดาบอกอย่างเป็นกังวล การที่คนเราเคยเป็นแบบไหนแล้วจะมาเปลี่ยนให้เป็นอีกแบบนั้นไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะเรื่องของจิตใจ
             “ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่าตอนนี้คุณตัดสินใจจะทำยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ฉันอยากบอกว่าให้คุณลองพูดกับพวกท่านเหมือนที่คุยกับฉันดูดีไหมคะ ฉันเชื่อว่าสุดท้ายแล้วพวกท่านต้องเคารพการตัดสินใจของคุณ”
             “แล้วถ้าไม่ล่ะคะ” นันทิดาแย้งเสียงแผ่ว
             “ถ้าคุณร้องขอ ฉันจะช่วยคุณเองค่ะ” มัตสยามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจริงจังทว่าเจือไปด้วยความอ่อนโยน
             “ค่ะ ขอบคุณคุณมัทมากเลยนะคะ ฉันจะลองดูค่ะ” นันทิดาเปิดยิ้มก่อนโผเข้าไปกอดมัตสยาที่กางแขนรอ รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาก รู้แล้วว่าเธอไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว อย่างน้อยก็มีคนคอยให้กำลังใจและเต็มใจจะช่วยเหลือ
             “แม้ในสายตาคนอื่นคุณจะดูอ่อนแอ แต่สำหรับฉันคุณคือผู้หญิงที่เข้มแข็งมาก ๆ เลยนะคะ” มัตสยาชื่นชมจากใจ เพราะถ้าไม่เข้มแข็งมีหรือจะทนสามีที่เจ้าชู้มาก ๆ อย่างเรวันต์มาได้ตั้งหลายปีขนาดนี้
             “ขอบคุณค่ะ นับจากวันนี้ไปฉันขอเป็นเพื่อนคุณได้ไหมคะ” นันทิดามองอีกฝ่ายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง มัตสยายิ้ม ตบมือลงที่หลังมือของอีกฝ่ายเบา ๆ              “ฉันคิดว่าเราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่วันแรกที่เราคุยกันถูกคอกันแล้วนะคะ”
             “ขอบคุณค่ะ”
             ได้ยินอย่างนั้นนันทิดาถึงกับหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา เธอดีใจจริง ๆ ที่วันนี้เธอได้เพื่อนดี ๆ มาอีกคน หลังจากที่นับตั้งแต่แต่งงานมาเธอก็แทบไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนคนไหนอีกเลย ทำให้ห่างทุกคนและขาดการติดต่อไปในที่สุด

หนังสือแสดงความคิดเห็น (258)

  • avatar
    วิเศษดอนหวายมนตนภา

    ดีมาก

    7d

      0
  • avatar
    ลืมไปเธอไม่ได้เกิด มาเจอเราแค่คนเดียว

    ดีมาก

    08/08

      0
  • avatar
    Atchararpon Zx

    แต่งได้ดีมากกกกก เยี่ยมมม

    02/07

      0
  • ดูทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

บทล่าสุด