“ครับ คุณมัทเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวครับ”ทันทีที่ลูกชายยืนยันนางนิลมณีก็ล้มตัวลงไปหาสามีพร้อมกับโอดครวญอีกครั้ง “โอ๊ยยย ไม่ไหวคุณเอายาดมมาให้ฉันหน่อย นี่แกตั้งใจจะฆ่าแม่ทางอ้อมใช่ไหมตาทีถึงได้ไปคว้าผู้หญิงมีตำหนิแบบนี้มาเป็นเมียน่ะ”แม้จะบอกคนเป็นสามี แต่คนที่ไปหายาดมมาให้ก็คือวาที “ยาดมครับ” ชายหนุ่มมองคนเป็นแม่อย่างรู้สึกกังวลเล็กน้อย ไม่รู้จากที่จะช่วยไม่ให้ล้มป่วย หรือจะกลายเป็นล้มป่วยหนักกว่าเดิมกันแน่นะ แต่เท่าที่ดูการเป็นลมสองครั้งนี้น่าจะเป็นการแสดงมากกว่า เพราะสีหน้ายังคงมีเลือดฝาดอยู่“ถ้าการเคยมีสามีและลูกคือตำหนิ แล้วแม่แน่ใจได้อย่างไรว่าผู้หญิงที่แม่คัดเลือกมาไม่เคยมีใครเข้ามาในชีวิตเลย” วาทีย้อนถาม ไม่ใช่ว่าเขาดูถูกหรือนินทาผู้หญิง แต่เขากำลังพูดให้คนเป็นแม่มองเห็นภาพ เพราะแต่ละคนต่างก็มีประสบการณ์ชีวิตและอายุก็ไม่ใช่เด็กน้อย ต้องมีคนผ่านเข้ามาในชีวิตบ้างล่ะ แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ใช่จะไม่เคย “ดังนั้นขอร้องล่ะครับอย่าตัดสินเธอจากเรื่องแค่นี้เลย” น้ำเสียงของวาทีอ่อนลงติดจะอ้อนวอนขอร้องเสียด้วยซ้ำ“แล้วแกรู้ได้ยังไงว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้สร้างภาพเพื่อเรียกคะแนนความสงสารจากแกน่ะ” ด้วยความเป็นแม่ห่วงในหลาย ๆ เรื่องก็อดที่จะคิดไม่ได้ เพราะฐานะที่ต่างกัน อีกฝ่ายอาจจะไม่ได้รักลูกชายของนาง แต่รักแค่เงินของลูกชายนางเท่านั้นก็ได้“คุณมัทเป็นเพื่อนสนิทกับเมียไอ้แดนครับ และไอ้แดนก็รู้จักกับคุณมัทมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย จนถึงตอนนี้ นอกจากเรื่องที่ผมรับรู้ได้เอง ผมก็ได้ไปสอบถามเรื่องราวต่าง ๆ ของเธอกับทั้งสองคนมาหมดแล้ว ทุกสิ่งที่เป็นอยู่มันคือเรื่องจริงครับ” พูดมาถึงตรงนี้แล้วก็อดสะท้อนในใจไม่ได้ เรื่องที่ได้เห็นได้สัมผัสว่าหนักแล้ว แต่เรื่องราวที่ผ่านมากลับหนักมากยิ่งกว่า ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ผ่านมันมาได้ก็ถือว่าแข็งแกร่งมาก ๆควรค่าแกการยกย่อง“ถ้าแม่บอกว่ารับไม่ได้ล่ะ” นางถามหยั่งเชิง“ผมก็อยากให้แม่ลองเปิดใจครับ” วาทียื่นมือไปจับมือของคนเป็นแม่พร้อมกับยิ้มบาง ๆ“ระหว่างแม่กับ...” นางนิลมณีที่จะโยนตัวเลือกให้ลูกชายได้เลือก แต่กลับโดนพูดแทรกขึ้นอย่างรู้เท่าทัน ทำให้นายวาทิตที่นั่งมองสงครามแม่ลูกต้องกลั้นขำ“ถ้าไม่ใช่คุณมัทผมก็ไม่คิดจะแต่งกับใครทั้งนั้นครับ”“แกนี่บทจะบ้าผู้หญิงก็บ้าเอาดื้อ ๆ แบบนี้เลยเหรอ” นางนิลมณีบ่นอย่างไม่เข้าใจ ก่อนหน้าที่นางหาผู้หญิงให้ยังบ้างานแทบจะไม่มีเวลาอยู่เลย“ผมปกติดีครับ แค่เต็มที่กับทุกสิ่งที่ทำเท่านั้นเอง” วาทีกดยิ้มมุมปาก เลยโดนคนเป็นแม่สะบัดมือแล้วล้มตัวลงนอนยุติการสนทนาที่จะยังไงนางก็ขัดหรือโน้มน้าวสิ่งที่ลูกชายตัวดีคิดจะทำไม่ได้เลย“พรุ่งนี้อย่าลืมไปคุยกับปู่ด้วยล่ะ” นายวาทิตเตือนลูกชาย“ผมไปมาแล้ว คุณปู่ไม่มีปัญหาครับ” วาทีบอกพลางลุกขึ้นยืนยกเก้าอี้ไปไว้ที่เดิม แต่นั่นกลับทำให้นางนิลมณีผุดลุกขึ้นมานั่งและตัดพ้อลูกชายอีกครั้ง“ดูลูกคุณสิ มีเรื่องสำคัญแทนที่จะมาบอกฉันที่เป็นแม่ก่อนกลับไปบอกคนอื่นก่อนเสียอย่างนั้น”“คนอื่นที่ไหนกันเล่า นั่นปู่ของเจ้าทีมันนะ แถมเป็นคนที่ตั้งเงื่อนไขด้วย มันก็ต้องรีบไปบอกก่อนสิ อารมณ์ประมาณเหมือนไปหยุดเวลาก่อนที่ระเบิดจะทำงานอะไรประมาณนั้นน่ะ” นายวาทิตบอกเสียงกลั้วหัวเราะอย่างไม่ได้คิดมากอะไร รู้ดีว่าปู่หลานคู่นี้เคี้ยวกันไม่ลงหรอก
ดีมาก
7d
0ดีมาก
08/08
0แต่งได้ดีมากกกกก เยี่ยมมม
02/07
0ดูทั้งหมด