“คิดทบทวนแล้วให้คำตอบเขาซะ ตอบรับหรือปฏิเสธฉันก็อยู่ข้างแกเสมอ เอาความรู้สึกของตัวเองเป็นที่ตั้งเข้าใจไหม” “อื้อ ขอบใจแกมากนะ ที่อุตส่าห์มาเป็นที่ปรึกษาให้ถึงบ้านเลย” มัตสยาเอนศีรษะซบไหล่เพื่อนรักอย่างที่เมื่อตอนสมัยเรียนชอบทำ ตอนที่เหนื่อย ผิดหวังจากเรื่องต่าง ๆ และต้องการกำลังใจ “ก็เราเพื่อนรักกันนี่นา” ญารินดาเอาแก้มซบลงบนศีรษะของมัตสยาอีกที ก่อนจะผละออกเมื่ออีกฝ่ายยืดตัวขึ้นนั่ง “แกจะอยู่กินข้าวด้วยกันไหม” “อยู่ ๆ นาน ๆ จะได้มาที เราเข้าไปข้างในกันเลยดีกว่าไหม จะได้ไปดูด้วยว่าจะทำเมนูอะไร เผื่อมีของขาดจะได้ไปซื้อ” “โอเค” มัตสยาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย จากนั้นทั้งสองสาวต่างก็ลุกขึ้น และในขณะที่กำลังเดินเข้าไปข้างในบ้าน มัตสยาก็ดึงแขนของเพื่อนรักเอาไว้ “เอ้อ...แกอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้กับพ่อแม่ฉันนะ ฉันอยากเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อน” “โอเค ไม่มีปัญหา” ญารินดายกนิ้วทำท่าโอเคแล้วตวัดแขนโอบไหล่ของมัตสยาแล้วถามย้ำถึงเรื่องที่อีกฝ่ายปฏิเสธว่ายังไม่ได้กินกันนั้นจริงใช่ไหม หรือแค่เขินเฉย ๆ “อย่ามาพูดเลย คนอย่างฉันกล้ากินกล้ารับอยู่แล้ว” คำตอบนั้นทำเอาญารินดาหัวเราะชอบใจ ในขณะที่คนตอบตอบแล้วก็อายม้วนรีบเดินหนีเข้าไปในบ้านทันที เมื่อคิดว่าพรุ่งนี้เธอจะต้องไปให้คำตอบกับวาทีก็ทำเอามัตสยานอนแทบไม่หลับ กังวลไปเรื่อยเปื่อยว่าจริง ๆ แล้วเขาจะแค่ล้อเล่นไหม เมื่อถึงเวลาจริง ๆ เขาอาจจะไม่พูดถึงเรื่องนี้แล้วเธอจะทำยังไง นอนคิดไปคิดมา รู้ตัวอีกทีก็เกือบจะสี่ทุ่มเข้าไปแล้ว “นอนได้แล้วยัยมัท” เธอตบแก้มตัวเองเบา ๆ โน้มตัวไปหอบแก้มลูกสาว ก่อนจะพลิกตัวดึงผ้าห่มขึ้นคลุมแล้วจะข่มตาหลับ ประตูห้องก็ถูกเคาะแบบรัว ๆ ฟังดูคนเคาะจะร้อนใจ “คุณมัทคุณมัทเกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ” เมื่อได้ยินเสียงเร่งเร้าจากพี่อ้อยแข่งกับเสียงเคาะทำให้มัตสยาดีดตัวลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องทันที “มีอะไรคะพี่อ้อย” “ลุงเปรมค่ะลุงเปรมล้มหัวฟาดพื้นอยู่ที่ห้องนอนค่ะ” “พ่อ!” มัตสยารีบวิ่งไปที่ห้องนอนของคนเป็นพ่อทันที เมื่อไปเห็นสภาพท่านที่นอนสลบไม่รู้สึกตัวทำเอาทำอะไรไม่ถูก แต่โชคดีที่ยังมีพี่อ้อยคอยเตือนสติเป็นระยะ ๆ ทำให้สามารถนำส่งโรงพยาบาลได้ทัน แม้คนเป็นพ่อจะถึงมือหมอแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนวางใจ มัตสยาเพิ่งวางสายจากพี่เลี้ยงเดินวนไปวนมาที่หน้าห้องฉุกเฉิน ในขณะที่คนเป็นแม่นั่งร้องไห้พร้อมกับบ่นด่าตัวเอง “เพราะแม่แท้ ๆ เลยที่นอนหลับไม่รู้เรื่อง” นางมินตรากล่าวโทษตัวเองพร้อมกับร้องไห้ตลอดเวลา “ไม่ใช่หรอกค่ะ พ่อดื้อเองทั้งที่รู้ว่าตัวเองเดินไม่ได้แต่ก็พยายามเดินไม่เรียกคนมาช่วย พี่อ้อยก็ยังไม่ได้นอน” เพราะสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ในทันที เธอจึงต้องโทรถามพี่อ้อยที่เป็นคนเจอคนเป็นพ่อคนแรก และคำตอบที่ได้คือตอนนี้พ่อของเธอที่พอจะพยุงตัวเองได้บ้างแล้ว ลงมายืนข้างเตียง อ้อยจึงถามว่าจะไปเข้าน้ำใช่ไหม จะได้พาไป แต่นายเปรมกลับปฏิเสธบอกแค่ว่ายืนยืดเส้นยืดสายเท่านั้น พี่อ้อยเลยลงมาหาน้ำดื่มในครัวขึ้นไปก็พบว่าท่านนอนกองอยู่ที่พื้นแล้ว ตอนท้ายอ้อยก็กล่าวขอโทษคำแล้วคำเล่าอย่างรู้สึกผิดไม่ต่างกับคนเป็นแม่ในเวลานี้ “ใครคือญาติของนายเปรมคะ” พยาบาลที่เพิ่งออกมาจากห้องฉุกเฉินถาม “ฉันเป็นลูกสาว ส่วนคนนี้เป็นภรรยาค่ะ” มัตสยารีบแนะนำตัวเองกับคนเป็นแม่กับพยาบาล
ดีมาก
7d
0ดีมาก
08/08
0แต่งได้ดีมากกกกก เยี่ยมมม
02/07
0ดูทั้งหมด