logo text

บทที่ 147 ตอนที่ 39 ลูกของใคร (3)

“นี่อะไร” วาทีหยิบสิ่งที่เขาเดินมาเจอที่โต๊ะเครื่องแป้ง แม้จะถามออกไปอย่างนั้นแต่เขาก็พอรู้ว่ามันคืออะไร และผลที่ปรากฏนั้นก็ทำให้มือที่หยิบของสิ่งนั้นขึ้นมาสั่นเทาเล็กน้อย
“มัทไปตรวจมา ยังไม่ได้บอกใครในบ้านเลย จะรอบอกบอส แต่มาถึงก็โดนชวนทะเลาะ” มัตสยายิ้มบาง ๆ ให้วาทีแล้วเดินเข้าไปหาเขา
“อย่าบอกนะว่าคุณท้อง” วาทีไม่รู้ตัวเลยว่านอกจากมือจะสั่นแล้ว เสียงเขายังสั่นเอามาก ๆ ด้วย เห็นอย่างนั้นมัตสยาถึงกับปิดปากหัวเราะน้อย ๆ อย่างชอบใจ เพราะคิดว่าชายหนุ่มดีใจมากจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
“ค่ะ เราจะมีลูกด้วยกันแล้วนะคะ” มัตสยาเข้าไปสวมกอดแล้วหลับตาพริ้มกับอกกว้างของสามีและหวังจะได้รับการกอดกระชับที่แสนจะอบอุ่นตอบกลับมา ทว่าคนที่เธอกอดกลับยืนนิ่งขึงและเหมือนตัวเขาจะสั่นสะท้านเล็กน้อยด้วย
“บอสเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” มัตสยาถามอย่างเป็นห่วง
“จะมีลูก...” วาทียิ้มหยันหัวเราะในลำคอ “ถ้าเป็นก่อนที่ผมจะได้รู้ความจริงผมคงดีใจมาก แต่มาตอนนี้ผมจะมั่นใจได้ยังไงว่าลูกในท้องคือลูกของผม” วาทีตวัดสายตามองอย่างเกรี้ยวกราด ชี้นิ้วไปที่อุปกรณ์การตรวจการตั้งครรภ์ในมือ
“บะ...บอส....” มัตสยาครางเรียกชายหนุ่มอย่างไม่อยากจะเชื่อหู สูดลมหายใจเข้ากลืนก้อนแข็ง ๆ คงคอแล้วเค้นเสียงถาม “บอสจะบอกว่า มัทท้องกับคนอื่นอย่างนั้นเหรอคะ” หญิงสาวมองสามีที่เธอรักและเทิดทูนเขามากผ่านม่านน้ำตา แม้จะพยายามกลั้นไม่ให้ตัวเองร้องไห้จนปากสั่นก็ไม่สามารถทำมันได้
“แล้วมันจริงไหมล่ะ” วาทีย้อนถามด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเจ็บปวด เจ็บปวดที่ผู้หญิงที่เขารักมากมาทำเรื่องแบบนี้ และเจ็บปวดไม่ต่างกันเมื่อเห็นผู้หญิงอันเป็นที่รักร้องไห้แต่ไม่สามารถเข้าไปกอดปลอบได้
เขาทำใจกับเรื่องนี้ไม่ได้จริง ๆ
“แล้วบอสคิดว่าจริงไหมล่ะ ถามจริง ๆ นะคะ บอสไปเอาความคิดเลว ๆ นี้มาจากไหน ไม่ว่าจะทำงาน อยู่บ้านหรือไปไหนมาไหน มัทก็ไปกับบอส มัทอยู่กับบอสเกือบจะยี่สิบสี่ชั่วโมง บอสยังกล้ากล่าวหามัทอีกเหรอคะ จะใจร้ายเกินไปไหม บอสจะใจร้ายกับมัทเกินไปไหมคะ” มัตสยาตะคอกถามอย่างเหลืออด ทั้งที่รักและทุ่มเทเพื่อเขามากขนาดนี้ จู่ ๆ ก็โดนกล่าวหา
“ที่คุณพูดมาก็จริง แต่ตั้งแต่คุณออกไปเจอสามีเก่าผมไม่เคยไปด้วยเลยสักครั้ง แล้วคุณก็อ้างเสมอว่าไปกับคุณวายและไอ้แดน แล้วสุดท้ายเป็นไง พวกคุณทุกคนก็รวมหัวกันหลอกผม” วาทีฟาดอุปกรณ์การตรวจการตั้งครรภ์ในมือลงพื้นเต็มแรง มองมัตสยาด้วยสายตาแข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
ได้ยินอย่างนั้นมัตสยาถึงกับอ้าปากเหวอ ปากสั่นน้ำตาไหลอาบแก้ม “นะ...นี่ บอสคิดว่าเด็กในท้องเป็นลูกพี่เชนอย่างนั้นเหรอคะ” เธอมองสามีด้วยสายตาตัดพ้อ ยกมือขึ้นปิดปาก กะพริบตาถี่ ๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องราวมันจะบานปลายกลายเป็นแบบนี้ไปได้
“แล้วมันใช่ไหมล่ะคุณบอกผมสิ ว่ามันใช่ไหม พวกคุณออกไปหากันโดยเอาลูกมาอ้าง ผมเห็นมันกับตาว่าพวกคุณมันเลวแค่ไหน กอดกันโดยไม่แคร์สายตาใคร ถ้ายังรักกันก็ไปอยู่ด้วยกันเลยสิ ไปเลย ทำไมต้องทำให้ผมดูโง่ขนาดนี้ด้วย” วาทีตะโกนไล่โหวกเหวกโวยวายอย่างไม่ยอมฟังอะไร มัตสยาที่ตอนนี้หัวใจแตกสลายกำหมัดกัดฟันแน่น เดินเข้าไปต่อยเข้าที่แก้มของคนที่กำลังบ้าคลั่งแบบเต็มแรงไปหนึ่งหมัดจัง ๆ
ผลัวะ!
“ใช่คุณมันโง่!” มัตสยาตะโกนด่าทั้งน้ำตา แล้วเดินไปประตูห้องนอนของลูกสาว ขังตัวและนอนอยู่ในนั้น ส่วนวาทีก็เดินโซซัดโซเซไปทิ้งตัวลงบนเตียง และด้วยความเมาเขาเลยหลับไปทั้งอย่างนั้น
“คุณมัทคะคุณมัท” อ้อยที่ปกติจะไม่ได้นอนเฝ้าน้องของขวัญ เพราะมัตสยาอยากดูแลลูกในช่วงเวลานี้เอง นอกเสียจากวันนั้นหนูน้อยจะไม่สบายจึงจะมานอนเฝ้าและดูแลช่วย แต่จะขึ้นมาดูหนูน้อยในเวลาตีห้ากว่า ๆ อย่างเช่นทุกวัน แต่วันนี้ต่างออกไปคือเข้ามาเจอมัตสยานอนอยู่ในห้องนี้ด้วย
“พี่อ้อยเหรอคะ” มัตสยาถามเสียงงัวเงียพร้อมกับยันตัวให้ลุกขึ้นนั่ง
“ทำไมมานอนที่นี่ล่ะคะ” อ้อยถามอย่างสงสัย เดินเอามือไปอังหน้าผากหนูน้อยที่ยังคงหลับสบายก็ปกติ ตัวก็ไม่ได้ร้อนอะไร
“ไม่มีอะไรค่ะ ยัยหนูเหมือนจะงอแงนิดหน่อยมัทเลยมานอนเป็นเพื่อน” มัตสยาที่เหมือนจะลืมตาไม่ขึ้นบอกก่อนจะปิดปากหาว เพราะคนที่ทำให้เธอนอนไม่หลับจริง ๆ อยู่อีกห้องต่างหาก และพอคิดไปถึงสาเหตุก็ทำให้เธอรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที
“แต่ดูจากสภาพแล้วคงไม่หน่อยแล้วมั้งคะ คุณมัทได้นอนไหมคะเนี่ย” อ้อยถามอย่างเป็นห่วง เพราะดูจากสีหน้าแล้วยังไงก็เหมือนคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน
มัตสยาไม่ตอบแต่ค่อย ๆ ลุกพลางยกมือขึ้นกุมขมับเมื่อรู้สึกเวียนหัว อาการนี้ไม่รู้สาเหตุมาจากการที่นอนไม่พอหรือเพราะเธอกำลังตั้งท้องกันแน่
“ไหวไหมคะ” อ้อยถามเมื่อเห็นสีหน้าและท่าที่ไม่ดีของนายจ้างสาว
“ไหวค่ะ” บอกก่อนจะเดินกลับห้อง ทว่าเดินไปไม่กี่ก้าวหญิงสาวก็ล้มวูบลงบนพื้น
“คุณมัท!” อ้อยอุทานเรียกเสียงดังพร้อมกับถลาเข้าไปหาอย่างตกใจ ไม่ต่างกับหนูน้อยที่นอนหลับอยู่บนที่นอนเองก็สะดุ้งตื่นและร้องไห้เสียงดังอย่างตกใจเช่นกัน ตอนนี้อ้อยเลยไม่รู้ว่าจะทำอะไรก่อนดี “คุณมัท...คุณมัทคะ...” เมื่อหญิงสาวไม่รู้สึกตัวเสียทีอ้อยก็ลุกขึ้นหันซ้ายหันขวาไม่รู้จะเอาแม่หรือลูกก่อนดี แต่ตอนนี้ก็ไม่สามารถปล่อยมัตสยาเอาไว้แบบนี้ได้กลัวจะมีอันตราย จึงตัดสินใจวิ่งไปที่ห้องของอีกฝ่าย “คุณทีช่วยคุณมัทด้วยค่ะคุณมัทเป็นลม คุณที” อ้อยปลุกวาทีที่ตัวเหม็นหึ่งไปด้วยกลิ่นเหล้าครู่หนึ่ง เห็นว่าไม่ได้ผลจึงวิ่งลงไปข้างล่างพร้อมกับตะโกนเสียงดังลั่น “มีใครอยู่ไหม ช่วยด้วยค่ะ มีใครอยู่ไหม”
“มีอะไรแม่อ้อยร้องเสียงดังโวยวายแต่เช้าเชียว” นายวิโรจน์ที่เพิ่งลงมาจากห้องตำหนิอ้อยอย่างไม่จริงจังนัก เพราะปกติเจ้าตัวก็ไม่ได้เป็นแบบนี้
“ช่วยด้วยค่ะคุณโรจน์ คุณมัทเป็นล้ม!”
หลังจากนั้นภายในบ้านก็วุ่นวายกันไปหมด มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังนอนสบายไม่ได้รู้อะไรเลย แม้จะโดนปลุกแล้วปลุกอีก แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะตื่น

หนังสือแสดงความคิดเห็น (258)

  • avatar
    วิเศษดอนหวายมนตนภา

    ดีมาก

    7d

      0
  • avatar
    ลืมไปเธอไม่ได้เกิด มาเจอเราแค่คนเดียว

    ดีมาก

    08/08

      0
  • avatar
    Atchararpon Zx

    แต่งได้ดีมากกกกก เยี่ยมมม

    02/07

      0
  • ดูทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

บทล่าสุด