35นัดเจอครั้งแรกด้วยความที่ต่างฝ่ายต่างยุ่ง เรื่องการได้เจอกับเชน มัตสยาตั้งใจจะบอกกับวาที แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ลืมสนิทไม่ได้นึกถึงเลยด้วยซ้ำ และด้วยความที่ฝ่ายนั้นเองก็ยังไม่ได้ติดต่อมาว่าอยากเจอลูก มันเลยกลายเป็นว่าเหมือนเดินห้างแล้วเจอคนรู้จักคนหนึ่ง ทักทายกันเสร็จก็ต่างคนต่างไป ไม่ได้มีสาระสำคัญอะไรที่จะต้องมาจำ“บอสคะ ตื่นได้แล้วค่ะ” มัตสยาที่อาบน้ำเสร็จแล้วเข้ามาปลุกสามีที่ยังนอนสบายใจ ถ้าเป็นวันหยุดก็ไม่คิดจะกวน แต่วันนี้มันคือวันทำงานถึงไม่อยากจะปลุกก็ต้องปลุก“เหนื่อยจัง” วาทีพลิกตัวพลางบ่นทั้งที่ยังหลับตา แม้ช่วงนี้งานศพของพ่อทอฝันจะเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่เขาก็คงยังต้องทำงานต่อ แถมยังต้องเคลียร์เอกสารมากมายที่ค้างเอาไว้ตอนไม่ค่อยได้เข้าบริษัท เพราะบางเรื่องเลขาฯ ก็ไม่สามารถทำแทนได้“ช่วงเช้าไม่มีอะไร บอสจะเข้าบริษัทช่วงบ่ายก็ได้นะคะ” มัตสยาแนะนำขณะนั่งแต่งตัวอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“งั้นเราเข้าพร้อมกัน” วาทีที่ตอนนี้ลุกขึ้นนั่งแล้วเสนอความคิดยิ้ม ๆ“ไม่ได้หรอกค่ะ มัทอาบน้ำ และกำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว”“จะรีบไปไหน เพิ่งจะตีห้าเอง” วาทีโอดครวญลงจากเตียงเดินเข้าไปสวมกอดภรรยาจากด้านหลัง จากนั้นก็หอมแก้มของหญิงสาวไปอีกหนึ่งฟอดใหญ่“เผื่อเวลาทำโน่นทำนี่ไงคะ”“ทำโน่นทำนี่คือทำอะไร” วาทีหรี่ตามองภรรยาสาวผ่านกระจกพลางกดยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย“ก็อาบน้ำแต่งตัว ดูลูก กินข้าว และเผื่อเวลารถติดด้วยไงคะ” มัตสยาแจกแจ้งเมื่อเห็นสายตาของคนเป็นสามีว่าคิดไปคนละอย่างกับเธอแน่นอน“แต่ทำโน่นทำนี่ของผมมันไม่ใช่อย่างนั้นนะ” วาทีหมุนตัวของมัตสยากลับมาเผชิญหน้ากัน ยกมือขึ้นประคองที่แก้มของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา“มันอย่างไหนล่ะคะ” มัตสยาถามเสียงสั่น แม้จะรู้ความหมายจากน้ำเสียงและสิ่งที่ชายหนุ่มแสดงออก แต่ก็คิดว่าตัวเองจะสามารถปรามได้“มันก็อย่างนี้สิ” พูดจบวาทีก็ตวัดร่างของคนเป็นภรรยาขึ้นมาอุ้มไปวางบนเตียง“บอส!” มัตสยาอุทานหน้าตาตื่น พยายามจะลุกแต่วาทีก็จับกดเอาไว้พร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม“ผมว่ามันช่วยให้ตาสว่างได้ดีเลยล่ะ” ชายหนุ่มบอกเสียงแหบพร่า และเริ่มปลุกเร้าคนเป็นภรรยา“มันจะสาย” มัตสยายกเหตุผลขึ้นมาอ้าง และขัดขืนเล็ก ๆ ก่อนจะหัวเราะเมื่อเขาแกล้งหยอกให้จั๊กจี้“ก็คุณบอกเองเข้าตอนบ่ายได้” วาทีเอาคำพูดของหญิงสาวขึ้นมาโต้แย้ง โดยที่ไม่ได้หยุดรุกไล้เลยแม้แต่น้อย จนตอนนี้เสื้อถูกปลดกระดุมออกจนหมดแล้ว“แต่มัทต้องไปแต่เช้านะคะ” เธอรู้ว่ามีอภิสิทธิ์เหนือเลขาฯ ทั่วไปแต่มัตสยาไม่เคยคิดจะใช้มัน ทุกวันนี้ก็ยังทำตัวเหมือนพนักงานคนหนึ่ง ไม่โอ้อวดหรือกร่างว่าเธอนั้นเป็นเมียของเจ้าของบริษัท“คุณเป็นเมียเจ้าของบริษัทมีใครกล้าไล่ออกก็ลองดูสิ” พูดจบวาทีก็จัดการลอกคราบของคนเป็นภรรยาจนเกลี้ยง อาการงัวเงียก่อนหน้าเปลี่ยนเป็นความคึกคักเสียจนคนที่ถูกสามีตักตวงความสุขแทบจะหมดแรง เพราะมันไม่ใช่แค่รอบเดียว นั่นทำให้ในเช้าวันนี้มัตสยาต้องเข้างานสายเป็นครั้งแรกตั้งแต่ทำงานมาหลังจากงานศพเสร็จสิ้น ทอฝันก็เหมือนจะเงียบหายไปเลย นั่นทำให้มัตสยารู้สึกโล่งใจ เพราะในช่วงที่สามีของเธอไปช่วยงาน ก็ได้ฟังเรื่องความสนิทสนมของทั้งคู่จากญารินดา แม้ตอนแรกเพื่อนรักจะไม่อยากเล่าให้ฟัง แต่เก็บไว้ได้ไม่นานสุดท้ายก็หลุดปากออกมาพร้อมกับกำชับว่ามันคือความเข้าใจผิดของคนอื่น ที่คิดว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน แต่ตัววาทีเองไม่ได้เงียบและปล่อยผ่าน แต่แก้ไขความเข้าใจผิดทุกคนว่าเขาเป็นแค่เพื่อนเท่านั้น ด้วยความที่สุดท้ายมันก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเธอเลยปล่อยผ่าน ไม่อยากถูกมองว่างี่เง่าอีกอย่าง วาทีเองเมื่อทอฝันไม่ได้มายุ่ง เขาก็ไม่ได้กระเหี้ยนกระหือรือจะไปหา
ดีมาก
7d
0ดีมาก
08/08
0แต่งได้ดีมากกกกก เยี่ยมมม
02/07
0ดูทั้งหมด