บทที่ 35 ::เรือนนารีสกุลเจียว:: 9.2

“ใจเย็นๆ เจินเอ๋อ ข้ามิได้เป็นอะไร” เจียวเจี๋ยปราม พร้อมกับห้ามไม่ให้เจินเอ๋อโวยวาย
          “เข้าไปด้านในก่อน ที่นี่คนพลุกพล่าน อาจมีสายข่าวสกุลเฉิน” ฟางซินเปรยลอยๆ แล้วก็เดินนำหน้า
          “ท่านมากับท่านรองแม่ทัพได้อย่างไรคุณหนูใหญ่”
          เจินเอ๋อกระซิบถาม “เขาช่วยชีวิตข้า”
          เปลือกตาเจินเอ๋อกะพริบถี่ๆ “คนร้ายรู้ได้อย่างไร ว่าท่านยังมีชีวิตอยู่”
          เจียวเจี๋ยพ่นลมหายใจออกจากช่องจมูก “ทันทีที่ลู่เอ๋อปรากฎตัว ข้าก็ทำใจไว้บ้างแล้ว”
          “ทำไมท่านไม่เคยบอกเรื่องนี้กับข้าแล้วก็คุณหนูรองเลย”
          “ถ้าข้าบอก พวกเจ้าจะไม่สบายใจนะสิ”
          “คุณหนูรองห่วงท่านมากเลยนะ”
          “ข้ารู้ ข้าเองก็ห่วงลู่เอ๋อเช่นกัน”
          “ช่างเถอะ ท่านปลอดภัยแล้ว ท่านอยู่ที่นี่ไม่มีอันตรายแน่ ท่านหิวมั้ยคุณหนูใหญ่ ข้าทำขนมไว้หลายอย่าง ท่านจะกินรองท้องก่อนหรือไม่” เจินเอ๋อเปลี่ยนเรื่องพูด อยู่ที่สกุลโจ เจียวเจี๋ยไม่มีทางมีอันตรายแน่ๆ
          เจียวเจี๋ยเลิกหัวคิ้วขึ้นสูง “ข้าทำงานที่นี่ เขาให้ข้าอยู่ในครัว ที่นี่มีแป้งและน้ำตาลมากมาย ในเมื่อเขาไม่ห้าม ข้าก็เลยทำอาหารให้พวกเขากิน ยังไงเรื่องงานครัวก็เป็นสิ่งเดียวที่ข้าทำได้ดี”
          เจินเอ๋อเล่ายาวเหยียด เจียวเจี๋ยโครงศีรษะ เจินเอ๋อเป็นคนขยัน ขนาดที่เรือนนารีมีแค่นางคนเดียว งานเรือนยังไม่มีข้อตำหนิให้เห็น เรื่องอาหารก็เช่นกัน หากมีวัสถุดิบ นางกับเจียวลู่ไม่เคยต้องอดอยาก
          ฟางซินเดินกลับมาอีกครั้งหลังเปลี่ยนเสื้อเปื้อนเลือดออก
          “ท่านพักที่นี่สักสองวัน ข้าจะหาทางพาท่านเข้าเฝ้าไทเฮาเอง”
          “ลำบากท่านแล้ว”
          “คนของท่านน่าจะช่วยได้ จวนของข้าไม่เคยมีสตรีอาศัยอยู่ในจวนมาก่อน” ฟางซินกล่าวด้วยน้ำเสียงขัดเขิน
          ส่วนใหญ่แล้ว เขากับน้องชายอยู่ที่นอกด่านทางทิศใต้ นานๆ จะกลับเข้าเมือง และค้างคืนที่จวนของตนเอง
          “ท่านพี่ ท่านหายไปไหนมาทั้งคืน” ฟางหรงวิ่งหน้าตั้ง เสียงตะโกนนั่นดังสะท้อนไปสะท้อนมา
          ฟางซินส่ายหน้า “ขออภัยด้วย น้องชายข้า ยังไม่รู้ความ”
          “พี่ใหญ่ ท่านไปไหนมา ทำไมไม่ยอมให้ข้าไปด้วย” หลังพูดจบ ฟางหรงก็ชะงัก เขาลดฝีเท้าลง ในห้องโถงกลาง มิได้มีแค่ฟางซินเท่านั้น
          สตรีแปลกหน้าแม้จะมีร่องรอยเปรอะเปื้อน แต่ร่องรอยเหล่านั้นก็ไม่อาจกลบความงดงามได้ ดวงหน้าสวยซึ้งนั่นสะกดสายตาเพียงสบตาครั้งแรก เรือนผมสีดำยาวถึงบั้นเอว กลิ่นกายที่ระเหยออกมานั่นด้วย ช่างชวนให้หลงใหลหัวปักหัวปำ
          “ท่านพี่ ท่านพาสตรีมาจากที่ใดรึ”
          “หุบปาก” ฟางซินกัดฟันพูด “นางไม่ใช่สตรีที่เจ้าจะล้อเล่นได้”
          “บอกข้ามาสิ นางเป็นใคร” ฟางหรงกระซิบถามซ้ำ
          “สตรีสกุลเจียว” ฟางซินกระซิบบอก
          ฟางหรงผงะ “ไหนไทเฮาจะให้เราออกเดินทางพรุ่งนี้ไง”
          “ไม่ทันแล้ว นางมีภัย ข้าเลยออกไปช่วยมาก่อน”
          “เพราะเหตุใด”
            “ในตำหนักซินหัว น่าจะมีคนของสกุลเฉินแทรกซึมอยู่”
          “คุณหนูใหญ่ ขนมเปี้ยะดอกเหมยข้าเพิ่งสุก ท่านลองชิมดูสิ” เจินเอ๋อยกถาดใบใหญ่ เดินหน้าตั้งเข้ามา นางชะงักเล็กน้อย นอกจากจากเจียวเจี๋ยแล้ว ยังมีคุณชายสกุลโจอยู่ด้วย
          “ท่านละ จะลองชิมมั้ย” ระหว่างรินน้ำชาใส่จอกให้เจียวเจี๋ย เจินเอ๋อก็อดถามฟางหรงไม่ได้ เขาเป็นผู้ชิมที่ดี แม้จะมีติบางนิดหน่อย แต่ส่วนใหญ่เป็นคำชม
          ฟางซินเลิกหัวคิ้วขึ้นสูง
          “ก็แหม ข้าไม่มีอะไรทำ เลยยอมเป็นหนูทดลองให้นาง”
          “ฝีมือระดับเจินเอ๋อ นางกำนัลห้องเครื่องยังสู้ไม่ได้ นับว่าเป็นบุญปากของท่านแล้ว” เจียวเจี๋ยพูดขัด เจินเอ๋อยิ้มเย้ย
          “ข้าบอกท่านแล้ว ขนมฝีมือข้า ท่านหาชิมทั่ววังหลวงก็ไม่มี”
          ฟางหรงจิปาก ยกกาน้ำชาเทใส่จอกดินเผาให้ตัวเอง
          “คุณหนูใหญ่ หมูตุ๋นน้ำแดงที่ท่านคิดค้น คนที่นี่ชอบมาก” เจินเอ๋อพูดต่อ ฟางหรงสำลักน้ำชาไอเสียงดัง ‘แค๊กๆ’ ฟางซินเหลือบมอง สีหน้าของฟางหรงดูกระอักกระอ่วนพิกล “โดยเฉพาะคุณชายฟางหรง เขากินเยอะกว่าคนอื่นสามเท่า”
          เจียวเจี๋ยอมยิ้มไม่ได้พูดอะไร
          “มิได้เป็นเช่นนั้นนะท่านพี่ ท่านก็รู้ ข้ากับท่านอาหารอย่างดีที่สุดก็แค่แป้งย่าง ข้าเลยเผลอกินมากไปหน่อย” ฟางหรงรีบแก้ตัว
          ฟางซินไม่ได้ว่าอะไร ครั้นเมื่อเจินเอ๋อเลื่อนจานขนมมาไว้ตรงหน้าเขา ฟางซินก็เริ่มลังเล “ท่านลองชิมสักชิ้นสิ ขนมเปี้ยะดอกเหมยนี่ คุณหนูรองเป็นคนคิดเชียวนะ”
          มือของฟางซินเอื้อมไปหยิบขนมแบบไม่รู้ตัว คำแรกที่ได้ลิ้มรส เขาอดคิดถึงนางไม่ได้ ขนมเปี้ยะดอกเหมยไม่ได้หวานมาก รสชาติกลมกล่อมจนอยากลองชิมอีกหน่อย
          “ใช่ได้มั้ยเจ้าคะ”
          “ใช่ได้” ฟางซินตอบเสียงสำรวม
          “ข้าจะได้เจอลู่เอ๋อเมื่อใด” เจียวเจี๋ยถามถึงน้องสาว
          “ข้าจะลองหาทางดู” ฟางซินตอบ
          แววตาของฟางซินหยุดนิ่ง เบื้องหน้าของตนพลันผุดภาพของสตรีนางหนึ่งขึ้นมา ดวงตาของนางติดอยู่ในความทรงจำของเขา ผิวเนื้ออุ่นๆ ที่เคยแตะต้องก็ยากที่จะลืมลง ฟางซินระบายลมหายใจออกมาเพื่อผ่อนคลายความอึดอัด พวงแก้มที่เปื้อนคราบน้ำตายังคงตรึงตราอยู่ในใจ เขาถอนใจแรงๆ ไม่รู้ว่าตนเองควรทำเช่นใด ระหว่างลบภาพเหล่านั้น หรือเก็บไว้ในใจเช่นเดิม
          ภายในห้องเงียบงัน
          คงเพราะเจียวเจี๋ยกำลังรอคำตอบจากฟางซินก็เป็นได้
          “การเข้าออกวังหลวงไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆ” ฟางซินอธิบาย
          “ข้ารู้ ข้าแค่หวังว่าท่านจะหาทางให้ข้าได้เจอกับลู่เอ๋อได้โดยเร็ว” เจียวเจี๋ยกล่าวเสียงเรียบ ความหวังของนางขึ้นอยู่กับคนผู้นี้แล้ว
          “ก็พอมีทาง” ฟางซินเปรย
          “ทางใดท่านพี่” ฟางหรงถาม
          องครักษ์เสือแพรล้วนแล้วแต่มีฝีมือ การเล็ดลอดผ่านตาเหล่าองครักษ์เหล่านั้น ทำได้ไม่ง่าย
          “ลักพาตัว” ฟางหรงผงะ คำพูดของฟางซินเหมือนให้ตัวเองเอาชีวิตไปทิ้งใต้คมหอก คมกระบี่ขององครักษ์เสื้อแพรเหล่านั้น
          “ท่านล้อข้าเล่น”
          “ข้าเป็นคนเช่นนั้นรึ” ฟางหรงผงะ พี่ชายของเขาไม่เคยมีความคิดมุทะลุเช่นนี้เลย
          “ท่าทางเจ้าไม่เห็นด้วยกับความคิดของข้า”
          “ข้าเห็นด้วยกับท่านพี่ ข้าคงบ้าไปแล้ว” ฟางหรงบ่นงึมงำ
          “งั้นก็มีอีกวิธี” ฟางซินเปรย
          “ทางไหนรึ”
          “ก็เข้าไปขอไทเฮาตรงๆ การลับๆ ล่อๆ อาจจะสะดุดตาสกุลเฉินเอาก็ได้”
          “แล้วแบบนี้ สกุลเฉินไม่สงสัยรึ”
          “ราชครูเป็นคนฉลาด ต่อให้สงสัย ราชครูก็ไม่กระโตกกระตากหรอก เจ้าเถอะ แน่ใจนะว่าคนในจวนไม่มีคนของสกุลเฉินหลงอยู่”
          “ข้าจัดการตามที่ท่านพี่สั่งแล้ว คนไหนที่มีลับลมคมใน ข้าให้คนของเราส่งไปอยู่ที่นอกด่านหมดแล้ว”
          “ข้าเชื่อใจเจ้าได้ใช่ไหม”
          “ท่านพี่ ข้าเป็นน้องชายท่านนะ” ฟางหรงโอดครวญ
          “ไม่ได้หมายความเช่นนั้น ข้าไว้ใจได้ใช่ไหม ว่าเจ้าไม่ได้หละหลวม”
          “ท่านเชื่อใจข้าได้เลย”
          “ข้าจะพยายามเชื่อเจ้า”
          ฟางหรงหน้าม่อย คงเพราะเขาเล่นสนุกมากเกินไป ฟางซินพี่ชายเลยไม่ค่อยเชื่อถือ
          “ว่าแต่...ขนมของเจ้า มีแค่นี้เองรึ” เผลอแปบเดียว ขนมเปี้ยะดอกเหมยสามชิ้นที่เหลืออยู่ในจาน ฟางหรงก็กวาดไปกินจนหมดเกลี้ยง
          “มีอีกเยอะในเรือนครัว แต่ท่านต้องไปหยิบเอาเอง”
          เจินเอ๋อตอบแล้วก็หันไปใส่ใจเจียวเจี๋ย
          “เจ้ารู้จักลี่หยางหรือไม่” ฟางซินถามเจินเอ๋อ
          “คนของท่านใช่หรือไม่”
          “ใช่ ลี่หยางน่าจะหาห้องนอนให้คุณหนูของเจ้าได้”
          “ได้ ข้าจะพาคุณหนูของข้าไปหาเขา” เจินเอ๋อพยักหน้า
          “ข้าเองก็มีธุระต้องรีบไปจัดการ” ฟางซินเปรย แล้วก็ลุกเดินออกไป
          “ข้าเองก็มีที่ที่ต้องไปเช่นกัน” ฟางหรงกล่าวเสียงขึงขัง
          “ท่านอย่ากินขนมจนหมดละ ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ชิม” เจินเอ๋อพูดดักคอ

หนังสือแสดงความคิดเห็น (184)

  • avatar
    Mon Khamsai

    คือมันดีมากกกก

    13d

      0
  • avatar
    Noung ON

    ดีมากเลย😊

    29/06

      0
  • avatar
    ธิดาพร ฯ.

    ดีค่ะ

    29/06

      0
  • ดูทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

บทล่าสุด