** เนื้อหาที่แต่งมาเพื่อความบันเทิง ไม่มีในเนื้อเรื่องจริง โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน **__________________________________________ ปานอัปสรกับองคตกลับไปยังนครขีดขิน คราวนี้เขาจะไม่มีทางกระทำผิดกับนางอีกแล้ว ..คืนทำไปมีหวังโดนพ่อของตนกระทืบตายแหงๆ " หากต้องการกระไรจงบอกพี่ ไม่ก็พวกนางกำนัล อย่าได้ไปไหนมาไหนคนเดียวหรือทำด้วยตนเอง " เขาเอ่ยก่อนจะกุมมือปานอัปสรไว้ สีหน้าแววตานั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วงปานอัปสรส่ายหัวเบาๆก่อนคลี่ยิ้มอย่างเอ็นดูสามีตนเอง " ท่านพี่มิให้น้องทำอะไรเลย เช่นนั้นน้องได้ทำอะไรด้วยตนเองไม่เป็นพอดิบพอดี " องคตหน้ามุ่ยก่อนทิ้งตัวลงนอนบนตักของปานอัปสรแล้วหันหน้าเอาแก้มถูไถท้องเธออย่างรักและหวงแหน " พี่แค่ห่วงเจ้ากับลูก..หากเจ้ากับลูกเป็นอะไรไป พี่จะใช้ชีวิตได้อย่างไร.. " ปานอัปสรลูบหัวองคตเบาๆก่อนคลี่ยิ้มบางๆให้ คราวนี้เธอเชื่อใจเขาแบบเต็มร้อย หากเล่าเรื่องโลกที่เธอจากมา เขาจะหาว่าบ้าหรือไม่นะ " หากน้องเล่าอะไรไป ท่านพี่จะเชื่อน้องมั้ยเพคะ ? " องคตมองหน้าเธอก่อนพยักหน้าและหลับตาพริ้มบนตักเธอ " น้องมาจากอีกโลกเพคะ โลกที่น้องอยู่นั้นต่างจากอีกโลกมาก..แต่ที่นี่ยังมีคนผดุงความยุติธรรมเฉกเช่นท่านพี่และคนอื่นๆ " ปานอัปสรเอ่ยก่อนจะมองออกไปยังนอกหน้าต่างที่ตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำ " แล้วพวกพี่ละ ยังคงมีตัวตนในโลกที่เจ้าจากมาหรือไม่ ? " องคตเอ่ย " ไม่เพคะ พวกท่านพี่เป็นเพียงเรื่องเล่าขานเรื่องหนึ่งในโลกของน้องแต่ท่านพี่รู้อะไรหรือไม่เพคะ " ปานอัปสรเอ่ยพร้อมรอยยิ้มก่อนองคตจะลืมตาขึ้นมองภรรยาคนสวยของเขาอย่างสงสัย " กระไรหรือแม่ปาน "องคตเอ่ยถามและนอนรอคำตอบแบบใจจดใจจ่อ " เรื่องเล่านั้น ท่านพี่คือตัวละครโปรดที่น้องชื่นชอบละเพคะ " องคตแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อราวกับกำลังเขินอายก่อนที่จะลุกขึ้นนั่งและกุมมือภรรยาตนเองไว้แน่น " งั้นคงเป็นฟ้าลิขิตที่ทำให้เจ้าได้มาพานพบพี่ เราคงเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ..เพราะแม้ถึงจะไกลสุดใต้หล้าฟ้าดินแต่เราก็ได้มาครองคู่กัน..แต่ ครอบครัวจริงๆของน้องเล่า น้องคิดถึงหรือไม่ " ปานอัปสรหยุดลูบหัวเขาก่อนเหม่อมองจันทร์นอกหน้าต่างอยู่ครู่หนึ่ง " คิดถึงสิเพคะ..คิดถึงมากๆ แต่ จะให้น้องทำอย่างไร กลับไปก็ไม่ได้..ถึงกลับไปได้ตอนนี้น้องก็ไม่สามารถทิ้งท่านพี่ไปได้แล้ว " เธอคลี่ยิ้มก่อนหัวเราะเบาๆแล้วจิ้มไปที่จมูกเขาหนึ่งที " พี่ขอสาบานต่อหน้าฟ้าดิน..พี่จะไม่พลั้งมือทำร้ายเจ้าหรือดุด่าแม้แต่นิดเดียว..พี่จะรัก เคารพ และให้เกียรติเจ้าไปตลอดชีวิตของพี่ จนกว่าเราจะตายจากกัน "องคตลุกขึ้นนั่งก่อนคลี่ยิ้มบางๆให้เมียรัก เวลาล่วงเลยจนไปถึงวันที่อัปสรต้องคลอด หมอตำแยหลายคนที่มีคนเล่าลือว่าเก่งนักหนา สุครีพกับองคตก็ไปกวาดมาทั้งหมดรวมแล้ว6นาง เพื่อมาทำคลอดปานอัปสร " เบ่งเพคะพระชายา ! เบ่งอีกเพคะ ! "ปานอัปสรเบ่งสุดแรงเกิด หัวใจเต้นเร็วตุ้บๆ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วเชิงกรานร่างจนเธอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและน้ำตาเล็ด " ท่านอา ปานอัปสรจะเป็นอะไรมั้ยพ่ะย่ะค่ะ หลานกังวลนัก เด็กตั้ง5คน นางจะเบ่งออกมาไหวหรือไม่ พระฤๅษีอังคตก็เข้าชาญบำเพ็ญเพียรข้ามิกล้ารบกวน อีกทั้งข้าเป็นชาย ไม่เคยมีลูกเมียมาก่อน ช่วยกระไรก็ไม่ได้ " องคตเดินวนไปวนมาหน้ามืดแล้วมืดอีกทุกครั้งที่เมียร้องไห้ " ใจเย็นเถิดหลานรัก เชื่ออาเถิด ปานอัปสรจะไม่เป็นกระไร " องคตได้ยินดังนั้นก็วางใจ แต่ก็ไม่ได้วางใจทั้งหมดเสียทีเดียว เขายังคงเดินวนไปมาหน้าประตู หางส่ายไปมาอย่างร้อนใจ ดาราเองก็นั่งรอใจจดใจจ่อไม่ต่างกันกับสุครีพเวลาล่วงเลยไปหลายชม.ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลงและหมอตำแยเปิดประตูออกมา " ท่านมหาอุปราช ! องค์เหนือหัวเพคะ ! พระโอรสทั้ง5พระองค์ ประสูติแล้วเพคะ ! " องคตยิ้มหน้าบ้านก่อนรีบวิ่งเข้าไปในห้องที่ปานอัปสรอยู่ เธอมีสภาพที่อ่อนแรงแบบเห็นได้ชัดเขาจึงปล่อยให้นอนพักไปแล้วย่องไปดูลูกๆทั้ง5 เจ้าวานรน้อยทั้ง5มีกายสีเขียวมรกตและสุขภาพที่แข็งแรง องคตน้ำตาคลอด้วยความตื้นตันก่อนอุ้มลูกคนนั้นทีคนนี้ที " 5คน หึหึ วังของเราคงวุ่นวายน่าดูนะดารา.. ข้าดีใจนัก ท่านพี่พาลีก็คงคิดเช่นนั้น ราวกับข้าพึ่งเห็นองคตตัวจ้อยเมื่อวานนี้เอง..เผลอแปปเดียว ก็เป็นพ่อคนเสียแล้ว " สุครีพคลี่ยิ้มก่อนผละจากดาราไปดูหน้าหลานๆ เขานั้นดีใจไม่ต่างจากองคต แต่แล้ว… " ไหน ข้ากับท่านพ่ออินทร์ ขอดูหน้าพวกลูกลิงจ๋อหน่อยสิ " เทพบุตรพาลี หรือ พาลีและองค์พระอินทร์คลี่ยิ้มก่อนที่จะค่อยๆเดินไปดูเด็กๆในเปล " ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะท่านพ่อ..เสด็จตา ข้าดีใจนักที่ท่านทั้งสองมาตามสัญญา หากเช่นนั้นแล้วทรงประทานชื่อให้ลูกๆทั้ง5ของข้าด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ.. "________________________________________ติดตามชมตอนต่อไป
ดีจาดดด
11d
0ดี มาหกก
20d
0เริ่ดๆๆ
25d
0ดูทั้งหมด