logo text

บทที่ 56 ตามสืบประวัติของพิมพ์มาดา

“แม่ไม่ต้องห่วงหรอก ผมมีวิธีที่พวกนั้นไม่มีทางสาวถึงตัวเรา” บรรพตพูดด้วยสายตาแข็งกร้าว
“เราจะต้านมันได้อีกนานแค่ไหน ลูกไม่เห็นสายตาที่ไอ้ทิณณ์มันมองพวกเราเหรอ ยังกับจะกินเลือดกินเนื้อ มันฉลาดใช้ได้เลยแหละ แม่ก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วเหมือนกัน ว่าลูกหรือมันจะฉลาดกว่ากัน”
“แม่ครับ!” บรรพตได้ยินดังนั้นรู้สึกขัดหู จึงเอ่ยเตือนมารดา
“เอาล่ะ แม่ว่าหลังจากงานนี้จบ ลูกต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ก่อนที่มันจะงาบเอาบริษัทนี้ไป” ปรางทิพย์ยกมือกุมศีรษะตัวเอง แล้วเบี่ยงไปยังห้องอาหาร เปิดตู้เย็น หยิบน้ำมาดื่มเพื่อระบายความเครียด
เสียงเคาะประตูห้องทำงานของฉัตรภพดังขึ้น ก่อนที่ร่างของพิมพ์มาดาจะเดินเข้ามาด้วยกิริยาเรียบร้อย สายตาอ่อนโยนทอดมองไปยังชายกลางคนตรงหน้า
“มีอะไรหรือเปล่า”
“ขาคุณท่านเป็นไงบ้างคะ” พิมพ์มาดาเอ่ยถาม พร้อมรอยยิ้มของฉัตรภพจะเผยออกมา
“ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ แต่ตอนนี้ฉันจ้างให้คนมากายภาพแล้วล่ะ เป็นเพราะคำเตือนของหนูพิมพ์แหละ ฉันก็เลยต้องหันมาใส่ใจสุขภาพหน่อย” พิมพ์มาดาได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าขึ้นลง แล้วรวบรวมความกล้า ก่อนจะเอ่ยขอบางอย่างจากท่านประธาน
“คุณท่านคะ พิมพ์อยากขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหมคะ”
“ว่ามาก่อนสิ ถ้าไม่ขัดใจ ฉันอาจจะให้”
“พิมพ์อยากกลับไปทำงานที่เก่าค่ะ” น้ำเสียงสั่นเครือกล่าวออกมาอย่างไม่ลังเล
“แต่พิมพ์ไม่ได้คิดทิ้งงานนะคะ ถ้าพิมพ์ทำงานที่ได้รับมอบหมายครั้งนี้สำเร็จ พิมพ์ขอให้ท่านย้ายพิมพ์กลับไปทำงานที่เดิมได้ไหมคะ” ชายกลางคนขมวดคิ้ว แล้ววางปากกาในมือลงพลันจับจ้องมายังใบหน้าเศร้าของเธอ
“ทิณณ์เหรอ ทิณณ์มันทำอะไรให้หนูไม่พอใจงั้นเหรอ”
“เปล่าหรอกค่ะ ไม่ใช่เพราะคุณทิณณ์ แต่เป็นเพราะหนูเองที่ไม่สบายใจจะอยู่ใกล้เขา พิมพ์กลัวเขาอึดอัดค่ะ” เทวทิณณ์ยืนฟังสิ่งที่พิมพ์มาดาพูดกับบิดาอย่างเงียบ ๆ หลังประตู จับใจความทุกประโยคที่เธอพูดออกมาด้วยความสับสน
“หนูรู้ใช่ไหม ว่าที่ได้ทำงานกับทิณณ์ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะฉันต้องการให้มันเป็นแบบนั้น...คราวนี้ฉันถามอะไรหนูสักหน่อยได้ไหม” พิมพ์มาดาพยักหน้าแล้วยืนฟังคำถามจากท่านประธานอย่างเงียบ ๆ
“ทำไมถึงขายสร้อยข้อมือราคาเจ็ดแสนของเทวทิณณ์ไป ไม่คิดบ้างเหรอว่าเขาจะเสียใจกับการกระทำของหนู” พิมพ์มาดาได้ยินดังนั้นจึงก้มหน้าลง เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นน้ำตาแห่งความเสียใจ
“พิมพ์รู้ค่ะ ว่าสิ่งที่ทำ ทำให้พี่ทิณณ์เสียใจมาก แต่ถ้าพิมพ์ไม่ทำ แม่พิมพ์ที่ป่วยก็จะไม่ได้รับการรักษา” พิมพ์มาดายังคงยืนยันเหมือนกับที่เทวทิณณ์บอกเขา ก่อนที่ชายกลางคนจะถอนหายใจออกมา แล้วจับจ้องไปยังกิริยาของเธอโดยละเอียดอีกครั้ง
“แม่ป่วยงั้นเหรอ แล้วตอนนี้แม่หนูเป็นยังไงบ้าง หายดีหรือยัง” คำถามราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยสายตาจับผิดมากมายซ่อนอยู่ในนั้น
“หลังจากที่ได้เงินรักษาในตอนนั้น แม่ของพิมพ์ก็อาการดีขึ้นจนกลับมาทำงานได้ แต่ตอนนี้แม่ขาดการติดต่อสักพักแล้ว พิมพ์พยายามให้พี่ชายติดต่ออยู่ค่ะ”
“เอาล่ะไม่เป็นไร ฉันเข้าใจละ ส่วนเรื่องขอกลับไปทำงานที่เก่าของหนู ฉันจะรับไว้พิจารณาแล้วกันนะ”
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้ แล้วปาดน้ำตาออก ก่อนหันหลังเดินกลับออกไป
“คราวนี้พ่อเชื่อผมหรือยัง ว่าเธอคือจอมโกหก พ่อแม่ของเธอตายไปตั้งนานแล้ว จะเอาเงินมากมายนั้นไปรักษาใครที่ไหนได้อีก” เสียงเทวทิณณ์ดังลอดเข้ามา พร้อมร่างสูงปรากฏขึ้น
“แอบฟังนานแล้วสิ” ฉัตรภพตอบกลับด้วยสีหน้าราบเรียบ
“ถ้าจะส่งพิมพ์มาดากลับไปที่เก่า ก็ส่งไปได้เลยนะ ก่อนที่เธอจะไปบุกโกดังของพ่อที่สมุทรปราการ” เทวทิณณ์พูดพลางย่อตัวลงนั่งแล้วจับจ้องไปยังบิดาของเขา
“หมายความว่าไง” ชายกลางคนขมวดคิ้วเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“พิมพ์มาดาตรวจสอบเจอรายการบัญชีขอซ่อมโกดัง สองรอบ ในระยะเวลาใกล้ ๆ กัน บอกว่าจะขอเข้าไปตรวจสอบด้วยตัวเอง ไม่รู้อวดเก่งมาจากไหนเหมือนกัน ห้ามยังไงก็ไม่ฟัง”
“หึ...เธอคงอยากให้งานเสร็จไว ๆ แล้วกลับไปที่เก่า ไม่ต้องเห็นหน้าคนอย่างแกล่ะมั้ง” ฉัตรภพพูดเย้ยลูกชาย
“พ่อครับ ผมลูกพ่อนะ อย่าหลงมารยาคนอื่น มากกว่าลูกชายตัวเองสิครับ”
“เอาล่ะ ถ้าหนูพิมพ์เธอจะไปตรวจสอบด้วยตัวเอง แกก็ไปดูแลหนูพิมพ์เธอด้วยละกัน”
“ผมไม่ว่าง” เทวทิณณ์ตอบกลับทันทีอย่างไม่ใส่ใจ
“ก็ดี ฉันจะได้ให้บรรพตพาไป” ฉัตรภพสวนกลับลูกชายอย่างรวดเร็วเช่นกัน พลันลุกขึ้นจากเก้าอี้เอื้อมไปปิดคอมฯ แล้วเบี่ยงตัวเดินออกมา
“พ่อครับ” เสียงเรียกไล่หลังของเทวทิณณ์ทำให้ชายกลางคนอมยิ้ม พลางปั้นหน้าแล้วหันกลับมายังลูกชายจอมปากแข็ง
“มีอะไรเหรอ”
“จะทำแบบนั้นไม่ได้นะครับ”
“ก็ในเมื่อแกไม่ว่าง ฉันให้บรรพตไปส่งหนูพิมพ์ ผิดตรงไหน”
“ผิดครับ” ฉัตรภพขมวดคิ้วแล้วก้าวเท้ามาหาลูกชายหมายให้เขาอธิบาย
“ก็คนที่เซ็นอนุมัติเรื่องทั้งหมด ไม่ใช่หัวหน้าฝ่ายบัญชีอย่างเดียว แต่ในนั้นมีลายเซ็นของบรรพตด้วย พ่อคิดว่าถ้าเรื่องมีเงื่อนงำจริง ๆ บรรพตจะปล่อยให้พิมพ์มาดาตรวจสอบง่าย ๆ งั้นเหรอ”
“งั้นก็ให้พิมพ์มาดาไปคนเดียว ช่วยไม่ได้อะนะ ก็แกไม่ว่าง ขึ้นรถลงเรือ โดนดังปล้น หรือแม้แต่ตกรถ ก็แล้วแต่ว่าพิมพ์มาดาจะเอาตัวรอดได้หรือเปล่า” ฉัตรภพพูดจบก็เบี่ยงตัวเดินกลับไป
“ผมไปส่งพิมพ์มาดาก็ได้” ชายกลางคนชะงักแล้วยืนฟังลูกชายอธิบาย
“แต่ที่ไปส่ง ไม่ใช่เพราะห่วงหรอกนะ แค่กลัวว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพนักงานของเรา ภาพลักษณ์บริษัทก็จะเสียหายไปด้วย” เทวทิณณ์พูดจบก็หันหลังเดินจากไป ก่อนที่ชายกลางคนจะยกหูโทรหาลูกน้องคนสนิทในทันที
“อภิรักษ์ คุณช่วยตามสืบประวัติของพิมพ์มาดาให้ผมอีกครั้ง เอาอย่างละเอียดเลยนะ ถึงพ่อแม่ของเธอด้วย ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า ถ้ายังอยู่ ตอนนี้อยู่ที่ไหนทำอะไร แต่ถ้าไม่อยู่แล้ว รบกวนหาสาเหตุการเสียชีวิตให้ฉันที”
“ละเอียดขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
“ฉันต้องการรายละเอียดทุกอย่าง ย้ำนะ ว่าทุกอย่างที่เกี่ยวกับพิมพ์มาดา” คำสั่งเน้นย้ำทำให้ลูกน้องของเขารีบรับปาก แล้วไปจัดการทันทีไม่รอช้า
พิมพ์มาดาเดินออกมาคอยรถโดยสารประจำทางเหมือนอย่างเคย เธอนั่งรอพร้อมกับเปิดรูปครอบครัวดูด้วยความคิดถึง ก่อนจะกดโทรหาชนกันต์อีกครั้ง
“จะโทรมาทำไมนักหนา” ปลายสายรับแล้วเผลอตะคอกเธอด้วยความไม่พอใจ หญิงสาวกลืนน้ำลายแล้วจำใจเอ่ยถามพี่ชายอีกครั้ง
“พี่กันต์ติดต่อพ่อกับแม่ของพิมพ์ได้บ้างไหมคะ”
“ก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าถ้าติดต่อพ่อกับแม่เธอได้ พี่จะบอกเธอเอง แต่นี่ยังติดต่อไม่ได้ไง” น้ำเสียงของอีกฝ่ายคล้ายกับคนอยู่ในอาการเมา พิมพ์มาดากลืนน้ำลายแล้วตัดสินใจพูดบางอย่างกับเขา
“พี่กันต์คะ พิมพ์ขอเบอร์โทร หรืออีเมลที่พี่กันต์ใช้ติดต่อพ่อกับแม่หน่อยได้ไหมคะ พิมพ์อยากคุยกับพวกท่านจริง ๆ ค่ะ ไม่รู้ว่าที่พวกท่านหายไปแบบนี้จะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นอีกหรือเปล่า พิมพ์เป็นห่วงแปลก ๆ ยังไงไม่รู้ค่ะ”
“อีเมลอยู่ในคอมฯ อะ ตอนนี้ไม่สะดวก เท่านี้นะ” เขาตอบส่ง ๆ แล้วตัดสายไปในที่สุด หญิงสาวทำได้เพียงเปิดรูปครอบครัว แล้วเลื่อนสายตามองด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ

หนังสือแสดงความคิดเห็น (114)

  • avatar
    น.แอน

    สนุก ครบเครื่อง

    08/03

      0
  • avatar
    นริสรา

    ดีมากก

    25/10

      0
  • avatar
    พุทธสอนพรรณพัชร

    ดีมากค่ะ

    21/09/2025

      0
  • ดูทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

บทล่าสุด