บทที่ 56 ท่าทางแปลกๆ

“ไปเถอะ!” วันนี้ซูหว่านยังคงใช้ร่างของค้างคาวเช่นเดิม เพราะเธอสามารถบินถึงสูงมองดูต้นทางให้กับเพื่อนร่วมทีมได้
เพทายและลีเวลถูกมอบหมายให้รอรับทหารกำลังเสริมที่กำลังจะมาถึง และบรูคยังทิ้งแมงมุมตัวน้อยเอาไว้ด้วย ทั้งสองจะได้ติดต่อพวกเขาได้
ตอนแรกเด็กน้อยสองคนไม่ยอม แต่เพราะซีโร่และคนอื่นๆ มั่นใจว่าที่ที่พวกเขากำลังจะไป มันโหดร้ายสำหรับเด็กอย่างพวกเขา
ซือมั่วเองก็เห็นด้วย เพราะฉะนั้นเพทายและลีเวลจึงทำอะไรไม่ได้ ซูหว่านเองก็ไม่ได้ช่วยเพราะเธอคิดว่าแบบนี้มันดีแล้ว ข้างในมันอันตรายเกินไป
“พร้อมแล้วครับ! ไปเถอะ” เฟยเทียนพูดเมื่อเขา สำรวจความเรียบร้อยในทีมแล้ว
วันนี้ทุกคนใส่เสื้อผ้าสีดำ และเวลาที่พวกเขากำลังจะออกไปก็ใกล้ค่ำแล้ว เพราะมันเป็นเวลาที่ทหารได้ออกมาจับเด็กไป
ในค่ายเขตในจึงเหลือทหารยามไม่มากเท่าปกติ ซูหว่านบินนำทางให้พวกเขา ก่อนจะไปถึงที่กำแพงที่เธอเคยมา
กำแพงสูงมากเกือบ3เมตร ซูหว่านสร้างรากไม้ขึ้นเป็นบันไดให้พวกเขาข้ามมา
ด้านหลังกำแพงแทบจะไม่มีซอมบี้อยู่เลยสักตัว คงออกไปทำภารกิจที่ถางจี๋หงมอบให้
ซูหว่านไม่แน่ใจว่าเขากำลังตามหาใคร แต่ดูจากเศษผ้าแล้ว มันเป็นชุดของเด็กน้อย หากเธอเดาไม่ผิด ถางจี๋หงคงยังไม่รู้ว่าลูกน้องของมัน ได้ถูกกลุ่มผึ้งพิษฆ่าไปแล้ว
“ต้นไม้ใหญ่นี่เหรอครับ? “เฟยหยางก้าวลงมา ก่อนจะเดินตามค้างคาวไป
ต้นไม้ใหญ่ด้านหน้า ดูยังไงก็เหมือนไม่มีประตูมันแนบเนียนมากๆ
“ใช่” ซูหว่านเปลี่ยนเป็นคน ก่อนจะเดินเข้าหาต้นไม้ใหญ่ กวักมือเรียกทุกคนให้มาดู
“ดูนะ ตรงนี้เห็นไหม?” เปลือกไม้ที่ซูหว่านชี้มันสีเก่ากว่าที่อื่นเล็กน้อย
ก่อนมือบางจะดันเปลือกไม้เข้าไป พลั่ก! ประตูลับค่อยๆ เปิดออกมาอย่างช้าๆ
“เนียนมาก!” ซีโร่จ้องเปลือกไม้ที่ตบตาเขาอย่างตื่นตกใจ
“ระวังครับ!” ซือมั่วคว้าหญิงสาวที่ทำท่าจะถลาเข้าไปข้างในคนเดียวอย่างเร่งรีบ
“อ่อ” ซูหว่านพยักหน้าเบาๆ อย่างมึนๆ
“มืดจัง ลูฟางเอาไฟฉายมาหน่อย!” เฟยหลงสะกิดคนรัก
ลูฟางหยิบไฟฉายส่งให้เฟยหลง ก่อนแสงสว่างจากไฟฉายจะส่องให้เห็นทางเดิน
เอ็มม่าและบรูค เซน เดินข้างๆ กัน พวกเขาถือไฟฉายคนละอัน สอดส่องรอบๆ เผื่อมีกับดัก
“ไม่มีกับดักจริงเหรอ!?” เอ็มม่าขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“พวกมันคงไม่คิดว่าเราจะบุกมามากกว่า” ลูฟางตอบสิ่งที่เขาคิด
“อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเรารู้ว่ามันทำเรื่องเลวร้าย!” เฟยหยางพูดย้ำอย่างโมโห
ซือมั่วคอยสอดส่องระหว่างทางตลอด เพราะกลัวว่าหญิงสาวที่เดินด้านหน้าจะติดกับดักเอาได้
ระยะไม่ไกลจากจุดที่พวกซือมั่วอยู่ มีกลุ่มชายวัยกลางคนกำลังนั่งคุยงานกันอย่างเคร่งเครียด
“วันนี้ ได้มากี่คน?” อู๋เย่หมอที่ทำการทดลองไวรัสในค่ายถามเสียงดัง
“ไม่เยอะครับนาย 50คนครับเดือนนี้” อาเฟยก้มหน้าตอบนายของตน
“ทำไมมันน้อยจังวะ!? เร่งหาคนเข้าค่ายเร็วเข้า! กูจะทดลองยาตัวใหม่” อู๋เย่ได้ยินจำนวนคนแล้วก็หงุดหงิด
เดือนนี้ เขาต้องเร่งทดลองครั้งสุดท้ายแล้วนะ! ทำไมคนมันถึงได้มีน้อยแบบนี้
“เออ แล้วไอ้ต้าเจิงมันทำงานที่กูสั่งรึยัง!?” เขากุมขมับ ก่อนถามถึงต้าเจิงหัวหน้าทหารที่เขาสั่งให้มันไปรวบรวม คนให้เมืองอื่นๆ มา
“ยังครับนาย ผมเห็นมันดูไม่เต็มใจทำครับ!” อาเฟยตอบเบาๆ เขาลอบยิ้มเมื่อเห็นว่าคนที่เขาเกลียดกำลังจะถูกลงโทษ
“ไปเรียกมันมา!” อู๋เย่หน้าดำอย่างเกรี้ยวกราด
“ครับๆ” อาเฟยออกไป ก่อนจะลากตัวต้าเจิงเข้ามาในห้อง
พลั่ก! ต้าเจิงถูกผลักก่อนเขาจะล้มลงที่พื้นใกล้ฝ่าเท้าของอู๋เย่
“กูบอกให้มึงไปทำอะไร!? ทำไมมึงไม่ทำห๊ะ!!” รองเท้าหนังที่ถูกขัดจนเงา เหยียบลงที่หัวของชายหนุ่มอย่างแรง
“อึก!” ต้าเจิงเม้มปาก
เขากลัวว่าหากเขาออกค่ายไป น้องชายของเขาจะถูกพวกมันฆ่าตอนที่เขาไม่อยู่
อู๋เย่ขยี้ฝ่าเท้าแรงขึ้น มุมปากยกขึ้นอย่างเหยียดหยาม
“มึงอยากให้กูฆ่าน้องชายของมึงใช่ไหม? ถึงได้กล้าท้าทายกู!? ไปเอาตังน้องมันมา!” อู๋เย่ตะโกน
“มะ ไม่ครับนาย ผมจะทำตามที่ท่านบอก!” ต้าเจิงรีบจับขาของเขาเอาไว้
“ตุบ! สายไปแล้ว วันนี้กูจะสอนบทเรียนให้มึงซะหน่อย!” อู๋เย่ยกเท้าออก ก่อนเตะไปที่ท้องของต้าเจิง
“นายครับ มาแล้วครับ” อาเฟยดึงตัวของต้าหมิงออกมา ก่อนจะเหวี่ยงร่างของเขาไปที่ต้าเจิง
“พี่ชาย!” ต้าหมิงรีบถลาเข้าไปทันที มือผอมแห้งปล่อยพลังออกมารักษาพี่ของเขา เพราะต้าหมิงมีพลังรักษาค่ายเลยจับตัวเขาเอาไว้ใช้งานอย่างหนัก และยังเอาตัวของเขามาต่อรองกับต้าเจิงอีกด้วย
“ต้าหมิง” ต้าเจิงรีบเช็ดเลือดที่ออกมาจากปากของเขา ก่อนจะจับมือบางผอมแห้งของน้องชายอย่างปวดใจ
อู๋เย่ที่มองดูความรักของพี่น้องแล้วรู้สึกสมเพช มือหนากระชากผมแตกปลายของต้าหมิงขึ้นมา
“อะ อย่าทำอะไรผมกับพี่เลยครับ ผมยอมทุกอย่างแล้ว!” ต้าหมิงร้องไห้ ยกมือขอร้องทั้งน้ำตา
เด็กหนุ่มที่เคยสดใส มีร่างกายที่แข็งแรง ตอนนี้กลับเหลือเพียงคนขี้โรค เบ้าตาลึกจากการอดนอน ร่างผอมแห้งจากการขาดสารอาหาร
“หึ!” อู๋เย่มีหรือจะฟัง มือหนายกขึ้นหมายจะตบสั่งสอนให้สำนึกว่าไม่ควรท้าทายเขาอีก
‘เปรี้ยงงงง!!’ สายฟ้าที่อยู่ๆ ก็โผล่ออกมา ผ่าไปที่ลูกน้องในห้องของอู๋เย่ทั้งหมด
“เอ๊ย ใครวะ!?” อู๋เย่มองบูกน้องที่ตัวดำและสลบไปก่อนจะมองรอบๆ อย่างหวาดระแวง
ต้าหมิงได้โอกาส เขาสะบัดตัวออกจากอู๋เย่ก่อนวิ่งไปหาต้าเจิงที่อยู่ด้านหน้า
“มึงจะไปไหน!?” อู๋เย่ตะคอก ก่อนร่างของต้าหมิงที่กำลังถลาไปทรุดตัวลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว
อู๋เย่ใช้พลังแรงโน้มถ่วง ถ่วงต้าหมิงเอาไว้ ร่างผอมแห้งเริ่มมีหยาดเหงื่อจากความทรมาน
ทันใดนั้น รากไม้ใหญ่ก็โผล่ออกมาสะบัดตีใบหน้าของอู๋เย่จนตัวชายหนุ่ม ปลิวกระแทกผนังเสียงดัง ตึง!!
“อะ อึก!” อู๋เย่กระอักเลือดออกมากองโต
เขามองกลุ่มคนที่โผล่มาจากประตูลับอย่างตื่นตระหนก ร่างสูงขยับถอยหลังเล็กน้อย
ก็จะอยู่นิ่งเพื่อให้พวกเขาออกมาจนหมด อู๋เย่ตั้งใจจะใช้พลังดึงคนกลุ่มนี้เอาไว้ก่อน
แล้วเขาค่อยขอความช่วยเหลือ จากปุ่มกดบนโต๊ะ พวกซือมั่วเดินออกมา ก่อนจะมองไปที่อู๋เย่ อย่างเกรี้ยวกราด
“คุณโอเคไหมครับ!?” เฟยหยางรีบประคองตัวของต้าหมิงขึ้น
“ไปหาพี่ชายของผม” ต้าหมิงชี้ไปที่ต้าเจิง เฟยหยางประคองชายหนุ่มเอาไว้ ก่อนจะเดินไปหาต้าเจิง
“เอาไป” ซูหว่านยื่นน้ำพุให้เฟยหยางก่อนพยักหน้าไปที่สองคนที่บาดเจ็บ
“ดื่มน้ำก่อนครับ” เฟยหยางรู้ดีว่าอะไรควรพูดไม่ควรพูด เอาจึงยื่นขวดน้ำพุให้ทั้งสอง
“ขะ ขอบคุณครับ!” ต้าเจิงเคยเห็นหน้าของเฟยหยางจากหน้าค่าย เขากล่าวขอบคุณเสียงสั่น
“พี่รีบดื่มเร็ว!” ต้าหมิงป้อนน้ำพี่ชาย
“อึก…ต้าหมิงดื่มด้วย!” ต้าเจิงดื่มก่อนจะดันน้ำให้น้องชายของเขา ยิ่งมองร่างกายที่ผ่ายผอมของต้าหมิงแล้ว ต้าเจิงเสียใจมาก
“อืม” ต้าหมิงรับมาดื่ม ก่อนจะรู้สึกถึงพลังที่ เติมเต็มเข้ามา ต้าหมิงมีพลังรักษายย่อมรู้ว่ามันคืออะไร แต่ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรออกไป
อู๋เย่ลอบยิ้มเมื่อเห็นว่าพวกซือมั่วได้มาอยู่ในอาณาเขตของเขาหมดแล้ว
“หึๆ พวกหน้าโง่!” อู๋เย่หัวเราะ ก่อนจะเช็ดเลือดที่มุมปาก เขาใช้พลังให้แรงโน้มถ่วงที่พวกซือมั่วยืนมากกว่าเดิมเป็นสิบเท่า
‘ตุบ!’ เฟยหลงและลูฟางล้มลงหมอบกับพื้น แม้กระทั่งซือมั่วเองก็คุกเข่าลง ตอนแรกพวกเขายังไม่รู้ว่าพลังของอู๋เย่คืออะไร
เพราะมองเข้ามา ก็เห็นแค่ต้าหมิงที่นอนหมดแรงอยู่ แต่ตอนนี้พวกเขารู้แล้ว ‘พลังแรงโน้มถ่วง!’
อู๋เย่ลุกขึ้น ก่อนจะเห็นว่ามีหญิงสาวเพียงคนเดียวที่กำลังเดินมาหาเขา “กะ แกทำไมไม่เป็นอะไร!?”
ซูหว่านเห็นคนรักล้มลงก็เดือดดาลขึ้น หญิงสาวก้าวเท้าไปหาคนต้นเหตุ ก่อนจับมือจะคว้าหมับเข้ากับคอของอู๋เย่จังๆ
“อะ อึก!!” อู๋เย่ดิ้น แต่ร่างของเขากลับยกสูงขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าของเขาเริ่มเขียวคล้ำจากการขาด อากาศหายใจ
“ฟู่!” บรูคถอนหายใจเมื่อแรงโน้มถ่วงหายไป
เขาหอบข้างเซนก่อนจะ ลุกขึ้นไปจัดการลากคนที่ถูกซือมั่วทำให้สลบมากองกันไว้
เอ็มม่าเดินดูเอกสาร ซีโร่มองเห็นว่าในเอกสารที่เอ็มม่าแบ่งมาให้เขานั้นมีการเขียนรายงานต่างๆ ของการทดลอง
ว่าใช้มนุษย์ไปกี่ร้อยคนพันคน ทั้งยังทดลองไวรัสซอมบี้เพื่อเปลี่ยนคนให้กลายเป็นซอมบี้มาใช้งานอีกด้วย!
“พอแล้วครับ เดี๋ยวมันตายนะ” ซือมั่วรีบเดินไปห้ามคนรัก เมื่อเห็นตาของอู๋เย่เริ่มลอย
“ฮึ่ม! เจ็บไหม?” ซูหว่านปล่อยก่อนนั่งลงมองเข่าของซือมั่วว่าช้ำรึเปล่า
มือบางกำลังจะดึงขากางเกงของเขาขึ้น ซือมั่วก้มมองแล้วพบว่าท่าทางของหญิงสาวมันแปลกๆ ชวนให้วูบวาบช่องท้อง
“ค่อยดูที่ห้องนะครับ!” ซือมั่วดึงตัวซูหว่านขึ้น
เซนเหล่มองทั้งคู่เล็กน้อย พร้อมเฟยเทียนที่เห็นเหตุการณ์ เฟยเทียนจับตัวอู๋เย่ที่สลบไปขึ้นมา
ก่อนจะใช้เชือกในกระเป๋ามัดตัวของอู่เย่เอาไว้ เซนใช้เศษผ้ายัดปากของอู๋เย่เอาไว้อีกทางด้วย
พวกเขามั่นใจว่าอู๋เย่คงไม่ฟื้นเร็วๆ นี้ หรืออาจจะฟื้นมาอีกทีตอนที่เขาถูกจับไปแล้ว

หนังสือแสดงความคิดเห็น (208)

  • avatar
    Kanbaw Naka

    อ่านสนุกมากๆๆ

    10/01

      0
  • avatar
    Phinya Sinlapaphom

    เนื้อหาน่าสนใจ

    30/10

      0
  • avatar
    Nirhatsxelini Pluwae

    เยี่ยม

    30/10

      0
  • ดูทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

บทล่าสุด