“ไปเถอะ!” วันนี้ซูหว่านยังคงใช้ร่างของค้างคาวเช่นเดิม เพราะเธอสามารถบินถึงสูงมองดูต้นทางให้กับเพื่อนร่วมทีมได้เพทายและลีเวลถูกมอบหมายให้รอรับทหารกำลังเสริมที่กำลังจะมาถึง และบรูคยังทิ้งแมงมุมตัวน้อยเอาไว้ด้วย ทั้งสองจะได้ติดต่อพวกเขาได้ตอนแรกเด็กน้อยสองคนไม่ยอม แต่เพราะซีโร่และคนอื่นๆ มั่นใจว่าที่ที่พวกเขากำลังจะไป มันโหดร้ายสำหรับเด็กอย่างพวกเขาซือมั่วเองก็เห็นด้วย เพราะฉะนั้นเพทายและลีเวลจึงทำอะไรไม่ได้ ซูหว่านเองก็ไม่ได้ช่วยเพราะเธอคิดว่าแบบนี้มันดีแล้ว ข้างในมันอันตรายเกินไป“พร้อมแล้วครับ! ไปเถอะ” เฟยเทียนพูดเมื่อเขา สำรวจความเรียบร้อยในทีมแล้ววันนี้ทุกคนใส่เสื้อผ้าสีดำ และเวลาที่พวกเขากำลังจะออกไปก็ใกล้ค่ำแล้ว เพราะมันเป็นเวลาที่ทหารได้ออกมาจับเด็กไปในค่ายเขตในจึงเหลือทหารยามไม่มากเท่าปกติ ซูหว่านบินนำทางให้พวกเขา ก่อนจะไปถึงที่กำแพงที่เธอเคยมากำแพงสูงมากเกือบ3เมตร ซูหว่านสร้างรากไม้ขึ้นเป็นบันไดให้พวกเขาข้ามมาด้านหลังกำแพงแทบจะไม่มีซอมบี้อยู่เลยสักตัว คงออกไปทำภารกิจที่ถางจี๋หงมอบให้ซูหว่านไม่แน่ใจว่าเขากำลังตามหาใคร แต่ดูจากเศษผ้าแล้ว มันเป็นชุดของเด็กน้อย หากเธอเดาไม่ผิด ถางจี๋หงคงยังไม่รู้ว่าลูกน้องของมัน ได้ถูกกลุ่มผึ้งพิษฆ่าไปแล้ว“ต้นไม้ใหญ่นี่เหรอครับ? “เฟยหยางก้าวลงมา ก่อนจะเดินตามค้างคาวไปต้นไม้ใหญ่ด้านหน้า ดูยังไงก็เหมือนไม่มีประตูมันแนบเนียนมากๆ“ใช่” ซูหว่านเปลี่ยนเป็นคน ก่อนจะเดินเข้าหาต้นไม้ใหญ่ กวักมือเรียกทุกคนให้มาดู“ดูนะ ตรงนี้เห็นไหม?” เปลือกไม้ที่ซูหว่านชี้มันสีเก่ากว่าที่อื่นเล็กน้อยก่อนมือบางจะดันเปลือกไม้เข้าไป พลั่ก! ประตูลับค่อยๆ เปิดออกมาอย่างช้าๆ“เนียนมาก!” ซีโร่จ้องเปลือกไม้ที่ตบตาเขาอย่างตื่นตกใจ“ระวังครับ!” ซือมั่วคว้าหญิงสาวที่ทำท่าจะถลาเข้าไปข้างในคนเดียวอย่างเร่งรีบ“อ่อ” ซูหว่านพยักหน้าเบาๆ อย่างมึนๆ“มืดจัง ลูฟางเอาไฟฉายมาหน่อย!” เฟยหลงสะกิดคนรักลูฟางหยิบไฟฉายส่งให้เฟยหลง ก่อนแสงสว่างจากไฟฉายจะส่องให้เห็นทางเดินเอ็มม่าและบรูค เซน เดินข้างๆ กัน พวกเขาถือไฟฉายคนละอัน สอดส่องรอบๆ เผื่อมีกับดัก“ไม่มีกับดักจริงเหรอ!?” เอ็มม่าขมวดคิ้วอย่างสงสัย“พวกมันคงไม่คิดว่าเราจะบุกมามากกว่า” ลูฟางตอบสิ่งที่เขาคิด“อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเรารู้ว่ามันทำเรื่องเลวร้าย!” เฟยหยางพูดย้ำอย่างโมโหซือมั่วคอยสอดส่องระหว่างทางตลอด เพราะกลัวว่าหญิงสาวที่เดินด้านหน้าจะติดกับดักเอาได้ระยะไม่ไกลจากจุดที่พวกซือมั่วอยู่ มีกลุ่มชายวัยกลางคนกำลังนั่งคุยงานกันอย่างเคร่งเครียด“วันนี้ ได้มากี่คน?” อู๋เย่หมอที่ทำการทดลองไวรัสในค่ายถามเสียงดัง“ไม่เยอะครับนาย 50คนครับเดือนนี้” อาเฟยก้มหน้าตอบนายของตน“ทำไมมันน้อยจังวะ!? เร่งหาคนเข้าค่ายเร็วเข้า! กูจะทดลองยาตัวใหม่” อู๋เย่ได้ยินจำนวนคนแล้วก็หงุดหงิดเดือนนี้ เขาต้องเร่งทดลองครั้งสุดท้ายแล้วนะ! ทำไมคนมันถึงได้มีน้อยแบบนี้“เออ แล้วไอ้ต้าเจิงมันทำงานที่กูสั่งรึยัง!?” เขากุมขมับ ก่อนถามถึงต้าเจิงหัวหน้าทหารที่เขาสั่งให้มันไปรวบรวม คนให้เมืองอื่นๆ มา“ยังครับนาย ผมเห็นมันดูไม่เต็มใจทำครับ!” อาเฟยตอบเบาๆ เขาลอบยิ้มเมื่อเห็นว่าคนที่เขาเกลียดกำลังจะถูกลงโทษ“ไปเรียกมันมา!” อู๋เย่หน้าดำอย่างเกรี้ยวกราด“ครับๆ” อาเฟยออกไป ก่อนจะลากตัวต้าเจิงเข้ามาในห้องพลั่ก! ต้าเจิงถูกผลักก่อนเขาจะล้มลงที่พื้นใกล้ฝ่าเท้าของอู๋เย่“กูบอกให้มึงไปทำอะไร!? ทำไมมึงไม่ทำห๊ะ!!” รองเท้าหนังที่ถูกขัดจนเงา เหยียบลงที่หัวของชายหนุ่มอย่างแรง“อึก!” ต้าเจิงเม้มปากเขากลัวว่าหากเขาออกค่ายไป น้องชายของเขาจะถูกพวกมันฆ่าตอนที่เขาไม่อยู่อู๋เย่ขยี้ฝ่าเท้าแรงขึ้น มุมปากยกขึ้นอย่างเหยียดหยาม“มึงอยากให้กูฆ่าน้องชายของมึงใช่ไหม? ถึงได้กล้าท้าทายกู!? ไปเอาตังน้องมันมา!” อู๋เย่ตะโกน“มะ ไม่ครับนาย ผมจะทำตามที่ท่านบอก!” ต้าเจิงรีบจับขาของเขาเอาไว้“ตุบ! สายไปแล้ว วันนี้กูจะสอนบทเรียนให้มึงซะหน่อย!” อู๋เย่ยกเท้าออก ก่อนเตะไปที่ท้องของต้าเจิง“นายครับ มาแล้วครับ” อาเฟยดึงตัวของต้าหมิงออกมา ก่อนจะเหวี่ยงร่างของเขาไปที่ต้าเจิง“พี่ชาย!” ต้าหมิงรีบถลาเข้าไปทันที มือผอมแห้งปล่อยพลังออกมารักษาพี่ของเขา เพราะต้าหมิงมีพลังรักษาค่ายเลยจับตัวเขาเอาไว้ใช้งานอย่างหนัก และยังเอาตัวของเขามาต่อรองกับต้าเจิงอีกด้วย“ต้าหมิง” ต้าเจิงรีบเช็ดเลือดที่ออกมาจากปากของเขา ก่อนจะจับมือบางผอมแห้งของน้องชายอย่างปวดใจอู๋เย่ที่มองดูความรักของพี่น้องแล้วรู้สึกสมเพช มือหนากระชากผมแตกปลายของต้าหมิงขึ้นมา“อะ อย่าทำอะไรผมกับพี่เลยครับ ผมยอมทุกอย่างแล้ว!” ต้าหมิงร้องไห้ ยกมือขอร้องทั้งน้ำตาเด็กหนุ่มที่เคยสดใส มีร่างกายที่แข็งแรง ตอนนี้กลับเหลือเพียงคนขี้โรค เบ้าตาลึกจากการอดนอน ร่างผอมแห้งจากการขาดสารอาหาร“หึ!” อู๋เย่มีหรือจะฟัง มือหนายกขึ้นหมายจะตบสั่งสอนให้สำนึกว่าไม่ควรท้าทายเขาอีก‘เปรี้ยงงงง!!’ สายฟ้าที่อยู่ๆ ก็โผล่ออกมา ผ่าไปที่ลูกน้องในห้องของอู๋เย่ทั้งหมด“เอ๊ย ใครวะ!?” อู๋เย่มองบูกน้องที่ตัวดำและสลบไปก่อนจะมองรอบๆ อย่างหวาดระแวงต้าหมิงได้โอกาส เขาสะบัดตัวออกจากอู๋เย่ก่อนวิ่งไปหาต้าเจิงที่อยู่ด้านหน้า“มึงจะไปไหน!?” อู๋เย่ตะคอก ก่อนร่างของต้าหมิงที่กำลังถลาไปทรุดตัวลงกับพื้นอย่างรวดเร็วอู๋เย่ใช้พลังแรงโน้มถ่วง ถ่วงต้าหมิงเอาไว้ ร่างผอมแห้งเริ่มมีหยาดเหงื่อจากความทรมานทันใดนั้น รากไม้ใหญ่ก็โผล่ออกมาสะบัดตีใบหน้าของอู๋เย่จนตัวชายหนุ่ม ปลิวกระแทกผนังเสียงดัง ตึง!!“อะ อึก!” อู๋เย่กระอักเลือดออกมากองโตเขามองกลุ่มคนที่โผล่มาจากประตูลับอย่างตื่นตระหนก ร่างสูงขยับถอยหลังเล็กน้อยก็จะอยู่นิ่งเพื่อให้พวกเขาออกมาจนหมด อู๋เย่ตั้งใจจะใช้พลังดึงคนกลุ่มนี้เอาไว้ก่อนแล้วเขาค่อยขอความช่วยเหลือ จากปุ่มกดบนโต๊ะ พวกซือมั่วเดินออกมา ก่อนจะมองไปที่อู๋เย่ อย่างเกรี้ยวกราด“คุณโอเคไหมครับ!?” เฟยหยางรีบประคองตัวของต้าหมิงขึ้น“ไปหาพี่ชายของผม” ต้าหมิงชี้ไปที่ต้าเจิง เฟยหยางประคองชายหนุ่มเอาไว้ ก่อนจะเดินไปหาต้าเจิง“เอาไป” ซูหว่านยื่นน้ำพุให้เฟยหยางก่อนพยักหน้าไปที่สองคนที่บาดเจ็บ“ดื่มน้ำก่อนครับ” เฟยหยางรู้ดีว่าอะไรควรพูดไม่ควรพูด เอาจึงยื่นขวดน้ำพุให้ทั้งสอง“ขะ ขอบคุณครับ!” ต้าเจิงเคยเห็นหน้าของเฟยหยางจากหน้าค่าย เขากล่าวขอบคุณเสียงสั่น“พี่รีบดื่มเร็ว!” ต้าหมิงป้อนน้ำพี่ชาย“อึก…ต้าหมิงดื่มด้วย!” ต้าเจิงดื่มก่อนจะดันน้ำให้น้องชายของเขา ยิ่งมองร่างกายที่ผ่ายผอมของต้าหมิงแล้ว ต้าเจิงเสียใจมาก“อืม” ต้าหมิงรับมาดื่ม ก่อนจะรู้สึกถึงพลังที่ เติมเต็มเข้ามา ต้าหมิงมีพลังรักษายย่อมรู้ว่ามันคืออะไร แต่ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรออกไปอู๋เย่ลอบยิ้มเมื่อเห็นว่าพวกซือมั่วได้มาอยู่ในอาณาเขตของเขาหมดแล้ว“หึๆ พวกหน้าโง่!” อู๋เย่หัวเราะ ก่อนจะเช็ดเลือดที่มุมปาก เขาใช้พลังให้แรงโน้มถ่วงที่พวกซือมั่วยืนมากกว่าเดิมเป็นสิบเท่า‘ตุบ!’ เฟยหลงและลูฟางล้มลงหมอบกับพื้น แม้กระทั่งซือมั่วเองก็คุกเข่าลง ตอนแรกพวกเขายังไม่รู้ว่าพลังของอู๋เย่คืออะไรเพราะมองเข้ามา ก็เห็นแค่ต้าหมิงที่นอนหมดแรงอยู่ แต่ตอนนี้พวกเขารู้แล้ว ‘พลังแรงโน้มถ่วง!’อู๋เย่ลุกขึ้น ก่อนจะเห็นว่ามีหญิงสาวเพียงคนเดียวที่กำลังเดินมาหาเขา “กะ แกทำไมไม่เป็นอะไร!?”ซูหว่านเห็นคนรักล้มลงก็เดือดดาลขึ้น หญิงสาวก้าวเท้าไปหาคนต้นเหตุ ก่อนจับมือจะคว้าหมับเข้ากับคอของอู๋เย่จังๆ“อะ อึก!!” อู๋เย่ดิ้น แต่ร่างของเขากลับยกสูงขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าของเขาเริ่มเขียวคล้ำจากการขาด อากาศหายใจ“ฟู่!” บรูคถอนหายใจเมื่อแรงโน้มถ่วงหายไปเขาหอบข้างเซนก่อนจะ ลุกขึ้นไปจัดการลากคนที่ถูกซือมั่วทำให้สลบมากองกันไว้เอ็มม่าเดินดูเอกสาร ซีโร่มองเห็นว่าในเอกสารที่เอ็มม่าแบ่งมาให้เขานั้นมีการเขียนรายงานต่างๆ ของการทดลองว่าใช้มนุษย์ไปกี่ร้อยคนพันคน ทั้งยังทดลองไวรัสซอมบี้เพื่อเปลี่ยนคนให้กลายเป็นซอมบี้มาใช้งานอีกด้วย!“พอแล้วครับ เดี๋ยวมันตายนะ” ซือมั่วรีบเดินไปห้ามคนรัก เมื่อเห็นตาของอู๋เย่เริ่มลอย“ฮึ่ม! เจ็บไหม?” ซูหว่านปล่อยก่อนนั่งลงมองเข่าของซือมั่วว่าช้ำรึเปล่ามือบางกำลังจะดึงขากางเกงของเขาขึ้น ซือมั่วก้มมองแล้วพบว่าท่าทางของหญิงสาวมันแปลกๆ ชวนให้วูบวาบช่องท้อง“ค่อยดูที่ห้องนะครับ!” ซือมั่วดึงตัวซูหว่านขึ้นเซนเหล่มองทั้งคู่เล็กน้อย พร้อมเฟยเทียนที่เห็นเหตุการณ์ เฟยเทียนจับตัวอู๋เย่ที่สลบไปขึ้นมาก่อนจะใช้เชือกในกระเป๋ามัดตัวของอู่เย่เอาไว้ เซนใช้เศษผ้ายัดปากของอู๋เย่เอาไว้อีกทางด้วยพวกเขามั่นใจว่าอู๋เย่คงไม่ฟื้นเร็วๆ นี้ หรืออาจจะฟื้นมาอีกทีตอนที่เขาถูกจับไปแล้ว
อ่านสนุกมากๆๆ
10/01
0เนื้อหาน่าสนใจ
30/10
0เยี่ยม
30/10
0ดูทั้งหมด