หากเป็นกลุ่มลิลลี่พวกหล่อนต้องช่วยเขาปกปิดเรื่องแพรแน่ไม่มีทางปากยื่นปากยาวทำให้คู่รักต้องทะเลาะเบาะแว้งแบบนี้หรอก“ทำไมนาไม่อยู่กับพวกลิลลี่ มาอยู่กับกลุ่มป่าเถื่อนพวกนี้ทำไม นิสัยไม่ดีกันเลยสักคน”“ถ้าวินยังปากเสีย คนที่จะต่อยวินคือนาเองนี่ล่ะ! สักหมัดมั้ย เริ่มไม่ไหวล่ะ”แต่กวินยังไม่วายบ่น “นาไม่ควรคบเพื่อนกลุ่มนี้ คบกับกลุ่มลิลลี่ก็ดีอยู่แล้ว”“เพื่อนไม่ดีก็เลิกคบ ส่วนแฟนไม่ดียิ่งต้องเลิกให้จบ เข้าใจรึยัง?” ลลนาเท้าสะเอวตะคอก “วินรีบไปไกลๆ เลย นาไม่อยากเห็นหน้าวิน”“ถ้านาไม่อยากเห็นวิน งั้นวินไปก็ได้” ทำท่างอน แล้วก็รีบหันหลังเดินเร็ว ๆ ไปเลยทันที ขืนอยู่โดนตีแน่ และการทำท่าแง่งอนตะบึงตะบอนเหมือนเด็กชายแบบนี้ เป็นการตีมึนไม่ยอมรับเรื่องแพรที่ได้ผลดีนักเมื่อเดินห่างออกมาจากลลนา กวินก็เจอกับแพร ท่าทางของเธอเหมือนยืนรอเขาอยู่ชายหนุ่มรีบหันมองไปทางลลนาพลางเดินเลี่ยงแพรวรรณอย่างลนลาน พอเห็นว่าเธอหันมองทางอื่นแล้วก็ค่อยโล่งอก“พี่วิน” ทั้งน้ำเสียงและชื่อเรียกสนิทสนมมาก เพียงแต่เรียกเบาๆ ไม่ให้ใครได้ยินทั้งยังเดินตีคู่กับกวินแบบห่างๆ ทำท่าทางเหมือนคุยโทรศัพท์แบบอินเอียร์กับคนอื่นอยู่กวินขมวดคิ้ว คุยโต้ตอบกับแพรแบบไม่มองหน้า“วันนี้เรานัดกันเหรอครับ แต่พี่ว่าไม่น่าใช่ที่นี่นะ” มันใกล้มหาวิทยาลัย ไม่ปลอดภัย“นัดสิคะ แต่ว่าเป็นที่คอนโด ไม่มีใครเห็นหรอก” ขณะพูด หางตายังแอบมองไปทางลลนาเธอชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นอีกฝ่ายก็มองมาเช่นกัน สายตาของลลนาเหมือนรู้ทันว่าเธอแอบมีสัมพันธ์กับกวินแต่แล้วอย่างไรล่ะ ผู้ชายคนนี้ของฉันย่ะลลนามีเหรอจะมองไม่ออก เธอกลอกตาอยากจะบ้าวันละร้อยรอบ!เพราะเห็นหล่อนหรอกฉันถึงดึงวินออกมาทางนี้ ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยท่าทางเสแสร้งที่พวกเมียน้อยเล่นชู้ชอบทำกัน ก็ไม่เนียนเอาซะเลยนะคะหญิงสาวส่ายหน้าไม่อยากให้ค่า แล้วเดินกลับมาที่กลุ่มเพื่อนๆ ของปรัชญา“ไปกันเถอะ”“นาจะปล่อยวินไปง่ายๆ งี้เลย?” บาสถามอย่างต้องการทวงความยุติธรรม “ไม่ด่าสักยกสองยก”“ไม่เอาสิไม่ด่า เสียเวลาชีวิต” เธอหันไปทางเจี๊ยบ “เธอมีภาพพวกนี้ได้ไง”เจี๊ยบไม่ตอบ แต่เหลือบตามองปรัชญา มันสั่งลลนาเห็นแบบนั้นก็ร้องอ้อในใจเธอรีบเดินไปหาเขา กระซิบเบาๆ “ร้ายนะเรา”ปรัชญายักคิ้ว “ไม่ร้ายได้ไง”ลลนายิ้ม “ขอบใจนะ”ชายหนุ่มหรี่ตามองนิ่งๆ ก่อนเบือนหน้าไปทางอื่น เขาแพ้รอยยิ้มเธอลลนาคิดว่าเขาไม่ได้ยิน “นี่ๆ ขอบใจนะ”“อือ รู้แล้ว”“นายเก่งมาก”“เรื่องนั้นฉันก็รู้”“แน่ะ มีงี้ด้วย หลงตัวเองก็เป็นแฮะ”สองคนคุยกันกระหนุงกระหนิงในสายตาเพื่อนๆ ทำเอาทุกคนถึงขั้นคันปากอยากแซวใจจะขาด แต่ทำไม่ได้ วัดบนเขาที่ปรัชญาพามาค่อนข้างห่างไกลและกันดาร ถนนหนทางยังเป็นลูกรังไม่มีราดยางรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ขับขี่จึงต้องสมบุกสมบันมากเป็นแบบรุ่นสำหรับเดินทางแบบนี้โดยเฉพาะลลนาขี่มอเตอร์ไซค์ไม่คล่องจึงซ้อนท้ายปรัชญา ส่วนคนอื่นๆ บ้างก็ซ้อนบ้างก็ขี่มาเอง ลลนาสังเกตได้ว่าพวกเขามาบ่อยจนคุ้นเคยเส้นทางเป็นอย่างดีเนื่องจากทางลูกรังมักมีหลุมเยอะและโค้งซ้อนโค้งแต่พวกเขาก็ขี่หลบหลุมแล้วก็โค้งถูกจังหวะตลอดเส้นถนนแม้จะคล่องแบบนี้และต่อให้ตัวรถกับชุดคนขี่กับคนซ้อนจะเซฟตี้แค่ไหน แต่ลลนาก็ยังกลัวอยู่ดีทว่าจะกอดเอวปรัชญาก็ไม่ได้ มันเกรงใจ ใครๆ ก็รู้ว่าเขาหวงเนื้อหวงตัวมากแค่ไหน เรื่องหยิ่งน่ะไว้ใจเขาได้ ลลนาจึงเพียงจับแค่เสื้อของเขาไว้แน่นตลอดเส้นทางอย่างเว้นระยะพองามมีมารยาท ไม่กล้าล่วงเกินจ้าปรัชญาเองก็เหมือนจะรู้ว่าเธอกลัวจึงขี่ไม่เร็วมากและระมัดระวังเป็นพิเศษเรียกว่าทะนุถนอมแบบเนียนๆ เป็นครั้งแรกที่ลลนามาเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนกลุ่มนี้ แน่นอนว่าทั้งกลุ่มอยากแซวอยากขยี้ใจจะขาด แต่ยังคงทำไม่ได้ เพราะถูกปณิดาสวดยับจนสำนึก รู้จักเกรงใจแล้วและตอนนี้ก็กลัวเพื่อนแห้วเป็นที่สุด
นิยายดีมาก
23/08
0ดีมากค่ะะสนุกสุด
18/08
0เขียนได้สนุกมากคะ
17/08
0ดูทั้งหมด