บทที่ 7 อาการกำเริบ

         หรูหยู่เยียนนั่งใจลอยอยู่ราวสองเค่อ ย้อนนึกถึงครั้งที่ไปเยือนหอแสงจันทร์แล้วนึกขอบคุณแม่นางนิ่งที่ทำให้นางเข้าใจวิถีระหว่างบุรุษกับสตรี ทว่าตราบจนบัดนี้ นางมัวแต่อยู่ในสมรภูมิรบพุ่ง นางจะเอาเวลาใดไปแสวงหาบุรุษที่พึงใจ
         นางวางจอกน้ำชาในมือลงกับโต๊ะข้างเก้าอี้ เหลือบมองท่อนแขนที่แขนเสื้อเลิกขึ้นจนเกือบถึงศอก รอยเข็มนับพันเป็นจุดดำเล็กๆ แลน่าตกใจ
         ‘ถ้าหากหมอฮัวเก่งจริง พิษในกายข้า เขาก็ต้องช่วยกำจัดได้ ไม่ต้องทนทรมานเช่นนี้’
         แค่เพียงคิดถึงใบหน้าและช่วงอกของฮัวชวิน หรูหยู่เยียนก็รู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมา นางหันไปหยิบเอาเข็มที่วางอยู่บนห่อผ้าข้างจอกน้ำชาขึ้นมาจิ้มที่แขนตนเองอีกครั้ง คราวนี้แม้จะจิ้มถี่กว่าเดิมก็ไม่อาจลดความเจ็บปวดในกายได้
         หรูหยู่เยียนวางเข็มลงแล้วกระโจนออกทางหน้าต่าง พุ่งตรงไปยังเรือนท้ายค่ายอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักนางก็มาถึงเรือนของหมอฮัว
         ฮัวชวินผู้มีความสามารถในการฟังเสียงความเคลื่อนไหว รู้ว่ามีคนกำลังแอบส่องตนจากข้างหน้าต่างก็ชะงักมือเล็กน้อย ครั้นนึกขึ้นมาได้ว่าค่ายนี่คือค่ายลึกลับที่ไม่อาจจะมีคนเข้ามาถึงได้ ชายหนุ่มผ่อนคลายอาการเกร็ง
         เขาลองถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก คล้ายคนด้านนอกจะถอยไปหนึ่งก้าว หมอหนุ่มอมยิ้ม เขาพอนึกออกแล้วว่านั่นคือผู้ใด
         “เสี่ยวไป๋ ข้าจะเข้านอนแล้วนะ เจ้ากลับเรือนไปพักผ่อนเถิด”
         “ขอรับ” เสี่ยวไป๋รับคำแล้วเดินดุ่มกลับไปยังเรือนนอนที่อยู่ห่างออกไปไกลพอสมควร
         ฮัวชวินถอดเสื้อผ้าออกเหลือเพียงเสื้อตัวในบางเบา เขาแบะสาบเสื้อค่อนข้างกว้าง จงใจหันไปทางที่มีโจรเด็ดบุปผาซ่อนตัวอยู่
         หรูหยู่เยียนที่ลอบมองหมอหนุ่มรูปงามถึงกับต้องหยิกต้นขาตนเองอย่างแรง นางมั่นใจแล้วว่าตนเองชอบบุรุษผู้นี้มากอย่างที่ไม่เคยมาก่อน เพราะอาการของพิษหยิน หยางในกายบัดนี้ไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป
         หญิงสาวดึงเอาท่อไม้ไผ่เล็กๆ ออกมาแล้วแหย่เข้าไปในช่องกระดาษกรุหน้าต่าง พ่นควันยาสลบเข้าไป
         ‘ข้าจำใจจริงๆ ที่ผ่านมาข้าระงับพิษด้วยตนเองได้มาโดยตลอด แต่พอพบเจ้า ข้าไม่อาจทนได้ไหว แต่หากข้าไม่ทำ ข้าคงต้องสิ้นใจตายในคืนนี้’ นางนึกขอโทษฮัวชวินในใจ ก่อนจะเปิดหน้าต่างเข้ามาในห้อง
         ชายหนุ่มรูปงามนอนหงายอยู่บนเตียง ขาข้างหนึ่งพาดอยู่ข้างบน แต่อีกข้างเข่าพับ ปลายเท้าระอยู่พื้น            เทียนในห้องยังไม่ถูกดับ หรูหยู่เยียนไม่มีเวลาพิจารณาเขาอีกต่อไป พิษของนางกำเริบจนร้อนรุ่มจนร่างแทบระเบิด
         “ท่านยอมให้ข้าย่ำยีเสียเถิด ข้ารับรองจะไม่ทำให้ท่านบุบสลาย” นางคำรามก่อนจะก้มลงจุมพิตเขาอย่างรีบเร่ง
         ทว่าริมฝีปากของเขากลับเผลอขึ้น ท่อนแขนของชายหนุ่มโอบกอดนางไว้แน่น
         “อ๊ะ!” นางร้องขึ้นคำหนึ่ง แล้วผงะออก
         “นายน้อยหรู ท่านจะทุบตีข้าไม่ได้หรอกนะ พิษของท่านยามนี้กำเริบถึงขีดสุดแล้ว หากข้าร่วมมือกับท่านก็จะสลายพิษนี้ได้มาก แต่ถ้าท่านคิดจะรังแกข้าอยู่ฝ่ายเดียว เห็นทีพิษนี้จะสลายเพียงส่วนเดียว”
         หรูหยู่เยียนชะงักอึดใจเดียว จากนั้นก็ไม่อาจต่อต้านความเจ็บปวดในร่างกาย นางผงกศีรษะกลับลงไปแนบริมฝีปากกับท่านหมอหนุ่ม เทียนพลันดับลง ความสว่างจากคบไฟภายนอกคนในห้องมองเห็นเงาสลัวราง
         เสียงหายใจฟืดฟาดค่อนข้างแรงและเร่งเร้า สลับกับเสียงคนทั้งสองที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงหมุนกลิ้งสลับกันไปมา สุดท้ายเป็นฮัวชวินที่พลิกกายขึ้นมาอยู่ด้านบนได้สำเร็จ
         บทรักของสองหนุ่มสาวเร่าร้อนราวกับคืนเข้าหอ แม้ครั้งแรกจะผ่านไปค่อนข้างทุลักทุเล ทว่าครั้งที่สอง ฮัวชวิน กลับควบคุมหรูหยู่เยียนได้อย่างราบรื่น
         เมื่อชายหนุ่มพลิกกายลงมานอนกอดนางอยู่ข้างๆ หรูหยู่เยียนก็คิดจะสะบัดตัวออก
         “เจ้าคงไม่คิดจะกินข้าแล้วทิ้งหรอกนะ น้องหญิง”
         “เอ๊ะ!” นางร้องขึ้น ปกติเขาเรียกว่าท่านทุกคำ แต่พอหลับนอนด้วยกันแล้ว กลับเรียกนางว่าน้องหญิงอย่างสนิทสนม
         “หรือว่านายน้อยหรูจะให้ข้าป่าวประกาศว่าเจ้าบุกเข้ามาขืนใจข้ากลางดึก”
         หรูหยู่เยียนผิวหน้าแดงเรื่อ เกิดมานางยังไม่เคยทำเรื่องอับอายเช่นนี้มาก่อน ตั้งแต่นางถูกพิษหยินหยาง นางไม่ยอมแตะต้องบุรุษคนใด ได้แต่ใช้วิธีทรมานร่างกายของตนเรื่อยมา ตั้งแต่แช่น้ำเย็นจัดไปจนถึงใช้เข็มจิ้มเอาเลือดออกบ้าง ซึ่งก็ได้ผล กระทั่งมาพบฮัวชวินผู้นี้
         “ไม่ได้! ข้าเป็นถึงผู้คุมค่าย ทำเช่นนี้ลูกน้องของข้าจะมองข้าเช่นไรเล่า” นางร้องตวาด
         “น้องหญิง ตั้งแต่ข้าได้สัมผัสข้อมือเจ้าก็รู้อยู่แล้วว่าเจ้าถูกพิษหยินหยาง พิษนี้กำจัดไม่ได้ ยกเว้นเจ้าจะร่วมรักกับบุรุษที่พึงใจ และหากเจ้าไม่ร่วมรัก เจ้าก็ต้องร้อนอยู่ภายในจนร่างทนไม่ไหว...สิ้นชีพ”
         “นี่เจ้า! เจ้ารู้อยู่ก่อนแล้ว” นางกัดริมฝีปาก
         ฮัวชวินผงกศีรษะขึ้นจูบแก้มนางหนหนึ่ง “รู้สิ! เจ้าใจเต้นแรงกับข้าขนาดนั้น ข้าดูออกว่าเจ้าพึงใจข้าแล้ว และคืนนี้เจ้าก็จะทนไม่ไหวต้องคิดข่มเหงข้า ข้าจึงยินดีมาอยู่เรือนท้ายค่ายแห่งนี้เพื่อรอเจ้า”
         “คนบัดซบ!”
         “แต่คนบัดซบผู้นี้ คือสามีของเจ้านะ”
         นางหมุนกายไปนอนจ้องหน้ากับฮัวชวินโดยลืมไปว่าร่างของตนเองเปลือยเปล่าอยู่ในผ้าห่มกับหมอหนุ่ม
         “ข้าไปแต่งงานกับเจ้าตั้งแต่เมื่อใด! ข้าก็แค่เห็นเจ้าเป็นยารักษาพิษเท่านั้น!”
         “เยียนเอ๋อร์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าการรักษาพิษนี้ไม่ใช่เพียงหลับนอนกับข้าเพียงครั้งเดียว หากแต่ต้องทำเช่นนี้ถึงสามเดือนถึงจะหายสนิท”
         “บังอาจ! ผู้ใดให้เจ้าเรียกข้าว่าเยียนเอ๋อร์”
         ฮัวชวินหัวเราะหึๆ “ข้าเดาว่าตอนเด็กๆ ที่เจ้ายังแต่งตัวเป็นเด็กหญิง บิดาของเจ้าน่าจะเรียกเช่นนี้”
         หญิงสาวหน้าแดง ฮัวชวินทายได้ถูกต้อง ก่อนที่นางจะถูกบิดาจับเข้าไปฝึกวรยุทธ์ในกองทัพ นางถูกเรียกเช่นนั้นจริงๆ
         เมื่อเห็นนางเงียบ ฮัวชวินก็พูดต่อ “หากเจ้าไม่พูด ข้าถือว่าเจ้าตกลงจะหลับนอนกับข้าไปอีกสามเดือน”
         หรูหยู่เยียนกำหมัดแน่น “ผู้ใดจะบ้าทำเช่นนั้นเล่า”
         ฮัวชวินหัวเราะ “ที่ข้าเสนอให้เจ้าแต่งกับข้าก็เพื่อตัวเจ้าเอง ในเมื่อเจ้าชอบข้าและต้องการใช้ร่างกายข้าเพื่อรักษาพิษก็ต้องหลับนอนกับข้าถึงสามเดือน เช่นนั้น ข้าในฐานะที่เป็นหมอก็จะเสียสละตนเองยอมแต่งกับเจ้า ไม่ดีหรือ”
         หรูหยู่เยียนรู้สึกว่าความรุ่มร้อนเจ็บปวดหมดลงไปแล้วจริงๆ หากแต่ไม่รู้ว่าจะกำเริบขึ้นมา

หนังสือแสดงความคิดเห็น (16)

  • avatar
    น.แอน

    ยอดเยี่ยม สนุกมากก

    4d

      0
  • avatar
    saisai_

    อ่านจบมะกี้นี้้ คือแบบ ฟินมากกก เป็นคู่ที่หวานชื่นสุดๆ หรูหยู่เยี่ยนนิสัยคือคล้ายๆเรามากก เอ็นดูวตอนน้องเขินง่ะะ เป็นกำลังใจให้นักเขียนน้าค้าาา เค้าชอบงานเขียนเตงมากๆเยย ~✌🏻

    05/07

      0
  • avatar
    Bukti Kan

    nyata dh

    01/07

      0
  • ดูทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

บทล่าสุด