เมรีหันมายิ้มหวาน เธอมองกล่องใส่พิซซ่าตาวาว กลิ่นหอมโชยออกมาจนทำให้กระเพาะเธอทำงานหนัก มันคงอร่อยอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเธออดอยากปากแห้งมานานหลายวัน“มันอาจจะไม่โชคดีอย่างที่คิดก็ได้ครับ บางมุมของผม เธออาจจะรับไม่ได้” พระรามพูดเสียงแผ่ว เขาก้มหน้าลง ไม่อาจต่อตากับเมรี เมื่อมันเป็นเรื่องน่าละอายมากกว่าดี“ไม่มีคนใดในโลก...ดีเลิศทุกด้านหรอกค่ะ...มันต้องมีข้อด้อยบ้าง แต่หากพร้อมจะสู้ไปด้วยกัน มันก็กลายเป็นเรื่องขี้ผง”หญิงสาวตอบเสียงหนักๆ ดูเหมือนผู้ชายสมบูรณ์พร้อมตรงหน้ากำลังมีปัญหา เธอน่าจะสะกิดใจตั้งแต่เห็นหน้าเขาบนยอดภูเขาหนาวเย็นนี่แล้ว เมื่อเขาสามารถเลือกที่จะไปไหนก็ได้ เมื่อเขามีกำลังทรัพย์มากพอ แต่นี่พระรามเลือกการเก็บตัว“สักวันผมอาจจะเจอเธอคนนั้น” ชายหนุ่มระบายลมหายใจออกมาช้าๆ เขาพูดไปแบบนั้นเอง เมื่อพระรามแน่ใจเขาไม่มีวันเจอใครที่สามารถทำใจยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นแน่ๆ ตลอดชีวิตเขาคงหงอยเหงา เมื่อกลัวที่ตัวตนจริงๆ จะเปิดเผยให้คนอื่นๆ รู้“คุณอาจจะเจอเธอแล้วก็ได้ค่ะ ลองเปิดใจดูสิคะ”เมรีเปรยลอยๆ เธอลองแอ้วชายหนุ่มดู หากเขายอมเปิดใจ ก็จะไม่รอช้าที่จะสานต่อ เมื่อรู้สึกอบอุ่นยามอยู่ใกล้ผู้ชายเพอร์เฟคอย่างเขาพระรามชะงัก เขาหูฝาดเหรอ? ถึงได้ๆ ยินคำพูดเหมือนจีบกันซึ่งๆ หน้าหลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบของเมรี ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น!! เขามองเห็นสะพานทอดยาวจากเมรี มาจรดตรงปลายเท้าตัวเอง จะถอยหรือจะลองสู้ดีล่ะ ดวงตากลมโตของสาวผมดำ ใบหน้าหวานหยด เหมือนจะท้าทายอยู่ในที ใจหนึ่งพระรามอยากกระโจนขึ้นไปบนสะพานแห่งนั่น อีกใจหนึ่งกลับคัดค้านอย่างแข็งขัน เขาไม่สามารถรับความเจ็บปวดๆ ใดใดได้อีก มันเจ็บปวดจนใจชาด้าน แต่มันเหมือนแผลกลัดหนองรอวันปะทุต่างหาก วันใดก็ตามที่แผลเน่าเฟะหนองแตกทะลัก วันนั้นเขาคงไม่มีที่ยืน“ผะ ผม...” เวลานี้เขายังไม่อยากเสียเพื่อนใหม่ พระรามเลยไม่รู้ว่าจะตอบว่าอะไรดี“หิวแล้วค่ะ ทานเลยดีกว่า เดี๋ยวอาหารเย็นชืดจะไม่อร่อย” เป็นเมรีที่ตัดความลำบากใจของเขา เธอหันเหความไม่สบายใจของพระรามไปที่การรับประทานอาหารมื้อค่ำ เธอเปิดกล่อง หยิบพิซซ่าชิ้นโตๆ ใส่จาน พร้อมกับเลื่อนจานมาวางตรงหน้าเขา รอยยิ้มของเมรีทำให้เขาสบายใจขึ้น เธอสื่อความจริงใจให้เขาเห็น ก่อนหน้านี้เธอคงแค่หยอกเล่น“ครับ...ในรอบ3 วัน วันนี้ผมจะได้มี ‘เพื่อน’ ทานมื้อค่ำวันแรก”เสียงของพระรามกลับเป็นดังเดิม เมรีจึงยิ้มกว้างมากขึ้น“ขอไปตักข้าวก่อนนะคะ คุณจะเอาด้วยไหม ฉันหุงข้าวไว้ด้วยล่ะค่ะ”“ได้ครับได้...ไม่ได้ทานนานแล้ว มาระลึกความหลังกันดีกว่า”ชายหนุ่มตอบตามตรง การรับประทานอาหารไทย เขาจะได้ลิ้มรสก็เฉพาะเมื่อมารดาอารมณ์ดี นานเท่าไรแล้วก็ไม่รู้ที่เขาห่างเหินการร่วมรับประทานอาหารไทยกับมารดา จนมาได้ลิ้มรสอีกครั้งก็เวลานี้เอง มันน่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข พระรามคิดเช่นนั้น“เห้อ!” เสียงถอนลมหายใจ เมื่อเมรีอยู่ในที่ที่พระรามมองไม่เห็น ใบหน้ายิ้มแย้มต่อหน้าชายหนุ่มสลดลง เธอห่อเหี่ยวในหัวใจชะมัดๆ หากเขาปฏิเสธตรงๆ เธอคงหน้าแหกกว่านี้ “ดีนะว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษ ไม่อย่างล่ะแกเอ๋ย...หน้าแหกยับ”หญิงสาวตักข้าวใส่จาน ตักไปบ่นตัวเองไป ไม่รู้ผีตัวไหนสิงสู่เธอ ถึงได้ใจกล้าหน้าทน หยอดเขาไปแบบนั้น เมรีไม่ใช่ผู้หญิงรักสนุก เธอคร่ำเคร่งอยู่กับการเรียน มุมานะจนไม่มีเวลามองผู้ชาย ไม่เคยสนใจหากใครจะเดินหน้าเขามาจีบ...นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวสนใจมนุษย์เพศชาย และเขาสมบูรณ์แบบเสียจนเธอท้อ...“มาแล้วค่า ข้าวสวยร้อนๆ วันนี้ฉันคงเจริญอาหารน่าดูมีหนุ่มสุดหล่อมาทานเป็นเพื่อน”หลุดปากพูดออกไป ในใจก็ได้แต่ก่นด่าตัวเอง ยังไม่เข็ดอีกหรือไงกับมุขที่แป๊กแล้วแป๊กอีก“ผมก็คงไม่ต่างกันหรอกครับ มีสาวสวยรับประทานเป็นเพื่อน ในสถานที่สุดโรแมนติก”ไม่รู้พระรามเกิดบ้าอะไรขึ้นมา? เหมือนกันเขาพูดสวนกลับไป และไม่สามารถลากคำเหล่านั้นกลับคืนมาได้เมรีอึ้งกับคำตอบ เธอเงยหน้ามองชายหนุ่ม ผิวแก้มของเขาระเรื่อ อมชมพูน่าฟัด! แสดงว่าเขาเองก็มีใจตรงกับเธอ แต่อาจจะเหนียมๆ อยู่จึงยังรักษาท่าที แบบนี้มีสิทธิ์ลุ้น หยอดอีกหน่อยแล้วกันดูปฏิกิริยา หากเขารับลูก งานนี้เดินหน้าเต็มสูบ“คุณพระรามคะ ทำไมคุณเลือกที่จะมาพักผ่อนในที่เงียบๆ แบบนี้คะ?”พระรามคิดในใจก่อนตอบ “ผมชอบที่เงียบๆ จะได้พักเต็มที่ แล้วคุณล่ะมาทำอะไรที่นี่ครับ ในเมืองน่าจะสะดวกกว่าไม่ใช่เหรอ ทำไมคุณถึงเลือกที่ห่างไกลแบบนี้แทนล่ะครับ”“ฉันไม่ได้เลือกที่นี่ค่ะ เหตุการณ์จำเป็น ฉันเป็นนักเรียนทุน มีค่าใช้จ่ายแบบจำกัด มันจำเป็นฉันเลยต้องมา แต่มันทำให้ฉันทำงานได้อย่างมีสมาธินะคะ เงียบและสงบจริงๆ ข้อเสียข้อเดียวคือ หาของกินยาก และฉันทำเองไม่เป็น”ไม่มีอะไรต้องอาย...เมื่อเธอพูดเรื่องจริง หากเขาจะรังเกียจความจนของเธอ เมรีก็ควรทำใจ ดีกว่าฝืนไปแล้วมาเสียใจทีหลังชายหนุ่มเงียบไป ก่อนจะพูดออกมาช้าๆ “ผมเป็นคนชอบเก็บตัว เลยมีเพื่อนน้อยไปหน่อย อาจจะเป็นเพราะครอบครัวของผมก็ได้ เลยทำให้ผมกลายเป็นคนเงียบๆ เช่นนี้ ผมไม่สนุกหากอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ไม่รู้จัก มันอึดอัดผมก็เลยชอบที่จะอยู่เงียบๆ คนเดียว”นารีบีบคั้นทำให้เขากลายเป็นคนเก็บตัว หน้าฉากเธอคือผู้หญิงอ่อนหวานและน่าถนอม แต่นางจะแสดงความไม่พอใจลับหลังสามี และเขาคือคนคนเดียวที่รองรับอารมณ์นั้นๆ เมื่อมารดาเองก็ไม่มีใครคบเช่นกัน“อืม...ค่ะ ฉันพอเข้าใจ” หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ เธอเจริญอาหาร เมื่อกินข้าวหมดจาน ก็ต่อด้วยพิซซ่าชิ้นโตๆ อีกสองชิ้น พระรามมองยิ้มๆ เขาไม่ค่อยเห็นผู้หญิงที่ไหนรับประทานอาหารได้น่าอร่อย จนทำให้เขาพลอยเจริญอาหารตามไปด้วย เมรีดูสบายๆ และทำให้คนรอบข้างพลอยสบายใจไม่ต้องเกร็งไปด้วย เขาชอบยามที่เธอเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ ในปาก มันดูน่าเอ็นดู และอยากทำอาหารให้เธอรับประทานทุกวัน“คุณคงคิดในใจสินะคะ! คิดว่าผู้หญิงอะไรไม่มีรักษามารยาทเล๊ยทานข้าวเสียงดังๆ ไม่สมกับเป็นกุลสตรีสักนิด”หญิงสาวเอื้อมหยิบทิชชูในกล่องมาเช็ดคราบซอสมะเขือเทศที่นิ้ว พูดพร้อมกับยิ้ม ไม่ได้คิดว่านั่นคือข้อด้อยของตัวเอง“เปล่านะครับ ผมไม่ได้คิดแบบนั้นสักนิดเลย คุณทานได้อารมณ์ดีจัง พลอยทำให้ผมรู้สึกอร่อยไปด้วย ทั้งที่เป็นแค่อาหารง่ายๆ” พระรามรีบปฏิเสธ เขาแจงเสียงเรียบ และยิ้มกว้างเมื่อเมรียิ้มแหยๆ“ใครๆ ก็ชอบว่าฉันน่ะค่ะ ว่าฉันไม่สมกับเป็นผู้หญิง...ฉันไม่ชอบเก็บอาการไว้ ฉันพอใจฉันก็บอกตรงๆ ฉันรัก ฉันก็จะบอกว่ารัก หากฉันเกลียด ฉันก็บอกว่าเกลียดเหมือนกัน” แต่พระรามรู้สึกว่าหญิงสาวจะเน้นคำว่ารักนิดหน่อย เท่าที่เขาจับสังเกตได้“แบบนี้ดีแล้วครับ...ผมชอบ”ฮั่นแน่! หญิงสาวสะท้านวูบ ผิวแก้มร้อนฉ่า เมื่อผู้ชายเงียบขรึมหยอดกลับมานิ่มๆ เธอวางหน้าเฉยๆ เสลุกขึ้นยืน เพื่อแก้อาการขวยเขิน “น้ำเย็นๆ ไหมคะ ฉันลืมเอาน้ำมาเสียได้...” แล้วหล่อนก็เดินตัวปลิวจากไป จนพระรามได้แต่แอบอมยิ้ม ปล่อยให้เธอรุกฝ่ายเดียว มาตั้งแต่ต้น พอหยอดกลับหน่อยเดียวเปิดแน่บหนีไม่เป็นกระบวนเชียว เธอไม่ใช่ผู้หญิงก๋ากั่นเปรี้ยวเข็ดฟัน...เป็นแค่คนจริงใจและเปิดเผยแค่นั้นเอง
หนังดีมาก
24d
0ดีมาก
12/08
0ทำได้ดีอ่านมันมาก
23/06
0ดูทั้งหมด