ภายในเรือนกลางที่ริมระเบียงชั้นสองมองออกไปเห็นกลุ่มสาวใช้กำลังตกแต่งสวนบุปผางดงาม ข้างๆ คนกลุ่มนั้นเป็นน้ำตกจำลองเย็นฉ่ำ บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นหาใดเปรียบเฉินเหอไท่ยืนเอามือไพล่หลังรับฟังข่าวจากองครักษ์คนสนิทด้วยสีหน้าเรียบเฉย สายตาคมเข้มสีดำรัตติกาลมองเบื้องหน้าอย่างลึกล้ำเนิ่นนาน ทว่าไร้กลับทิศทางอย่างสิ้นเชิง กระทั่งสิ้นเสียงรายงานจากคนสนิท เขาจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย สีหน้าไม่แปรเปลี่ยน“ช่วงนี้ข้าต้องการพักผ่อน หลีกเลี่ยงสงคราม จัดคนคุ้มกันอาณาเขตของเราก็พอ ไม่ต้องเข่นฆ่าใครทั้งสิ้น ผู้ใดมาระรานก็แค่ไล่มันกลับไป”คนสนิทที่เดิมค้อมศีรษะพลันเงยหน้ามองผู้เป็นนายฉงน เพราะคนที่เกิดมาเพื่อฆ่าและสังหารผู้คนไปทั่ว การล้างผลาญคืออาหารอันโอชามาโดยตลอดอย่างเจี้ยนอ๋อง ทรงบอกต้องการพักผ่อน หลีกเลี่ยงสงคราม ไม่ต้องเข่นฆ่าใครอา...ฟ้าคงเปลี่ยนสีเป็นแน่แล้วทว่าชั่วพริบตาคนสนิทก็เข้าใจได้ไม่ยากเย็น สายตาพลันเหลือบไปเห็นด้านล่างตรงสวนบุปผา ที่เห็นได้ชัดว่ากาลก่อนไม่มี และยิ่งเป็นเหล่าสาวใช้ยิ่งมิได้มีมากเท่านี้ถึงแม้ว่าก่อนหน้าเจี้ยนอ๋องวางแผนแต่งงานกับคุณหนูเยวี่ยเหริน หากแต่ทั้งคนและสิ่งของล้วนถูกทำลายไปแล้วจนสิ้นอีกทั้งยามนั้นคฤหาสน์แห่งนี้ก็ยังไม่มีนายหญิงที่แท้จริง แต่อย่างใดแล้วยามนี้ทั้งสวนงาม ทั้งน้ำตกจำลอง พระองค์ทรงทำเพื่อใครเป็นไปได้ว่า...คนสนิทคิดคำนวณทุกสิ่งอย่างใคร่รู้ และสุดท้ายยังเข้าอกเข้าใจในตัวผู้เป็นนายเหนือหัวอย่างลึกซึ้ง พลางลอบชำเลืองมองไปทางโต๊ะเล็กริมระเบียง เห็นมีสาวงามนางหนึ่ง กำลังนั่งฝึกฝนการชงชาอยู่ข้างกายนางยังมีกระดาษหมึกพู่กันสำหรับฝึกฝีมือ มีผ้าอีกสองสามพับสำหรับฝึกปักลวดลาย นี่ยังไม่รวมหมาก พิณ ที่เจี้ยนอ๋องลงทุนลงแรงสอนให้นางด้วยพระองค์เองเห็นได้ชัดว่า...“โอ๊ย!”คนสนิทผู้นี้ยังคิดการณ์ไม่ทันสิ้นสุด ศีรษะพลันสะดุดด้วยของแข็งบางอย่างเฉินเหอไท่ใช้นิ้วที่สวมปลอกหยกผสมเหล็กไหลเคาะศีรษะเจ้าคนช่างครุ่นคิดเสียงดังโป๊กเมื่อเป็นเช่นนี้ หากยังคิดอยู่ คงไม่มีโอกาสได้คิดอันใดอีกเป็นแน่ เพราะหัวคงได้หลุดจากบ่าเขาจึงเร่งรุดถอยกรูดหายวับไปทันที ที่โต๊ะสี่เหลี่ยมทรงเตี้ย...แม้ใบหน้างามยังคงเฉยชา แววตานิ่งสงบ หากแต่สิ่งที่กำลังเรียนรู้เสมือนมนุษย์ทั่วไปในยามนี้ ทำเอาเซียนเซียนนึกชมชอบไม่น้อย นางจึงตั้งใจเรียนรู้ทุกสิ่ง ไม่เคยปริปากบ่นแม้เพียงครึ่งคำบางครั้งยังได้ชายผู้นั้นที่ถูกบ่าวรับใช้เรียกว่าเจี้ยนอ๋องมาช่วยสอนสั่ง สีหน้าเย็นเยียบท่าทางเคร่งขรึมและแววตาเย็นชาของเขา ล้วนน่าสนใจบางทีพวกมนุษย์อาจมิได้ชอบการหยอกล้อรุนแรงเฉกเช่นคฤหาสน์ฟู่เสมอไป ที่นั่นนางถูกข่มขู่ทุกวัน ถูกใช้งานเยี่ยงเดรัจฉาน ยามนอนมิได้นอน ยามกินมิได้กิน ถูกเฆี่ยนถูกโบยไม่เว้นวัน ผู้คนในนั้นล้วนมีสภาพเยี่ยงตัวไร้ค่า นางให้นึกแปลกใจยังคิดว่าไม่อาจทนให้เจ้ามนุษย์พวกนั้นหยามหยัน คิดกระทั่งอยากทำลายล้างเผ่าพันธุ์พวกมันให้สิ้นซากแต่หากทำเช่นนั้นคงไม่แคล้วถูกล่วงรู้ตัวตน แล้วถูกตามหาจนเจอ สุดท้ายยังถูกจับกลับไปเป็นสนมจักรพรรดิเทพ ที่หมายผสานอำนาจขุมนรกที่นางหวงแหนในจังหวะที่หญิงสาวกำลังคิดเรื่อยเปื่อย การชงชาก็เสร็จสิ้นทุกขั้นตอน นางควบคุมกิริยาได้แช่มช้อยหมดจดตามจริตที่ได้ร่ำเรียน ยามยกถ้วยชาขึ้นวนที่ปลายจมูก เพื่อชื่นชมกลิ่นกรุ่น ก่อนยกดื่มเพื่อใช้ปลายลิ้นสัมผัสรสล้ำ ถ้วยน้ำชาพลันถูกแย่งไปจากมือเซียนเซียนทำได้เพียงกะพริบตามองถ้วยชาในมือหนาที่แย่งไป เขามาพร้อมกลิ่นกายบุรุษเพศบางเบาที่มีเฉพาะตัวเขา แต่นางกลับชอบไม่เบา“ท่านแย่งชาข้าอีกแล้วนะ” เซียนเซียนเอ่ยเสียงเครียด“ชาที่เจ้าชง ย่อมเป็นข้าที่ได้ชิม” เฉินเหอไท่เอ่ยเสียงต่ำ เลิกคิ้วท้าทาย ก่อนจรดริมฝีปากละเลียดชิมชาฝีมือนาง“อ้อ...” เซียนเซียนพยักหน้าเข้าใจ “เช่นนั้นรสชาติเป็นอย่างไร?”ใบหน้าหล่อเหลาพลันเคร่งเครียดอึมครึม ใช้เวลาดื่มด่ำกลิ่นชาอยู่ครู่ใหญ่ จึงกล้าละเลียดชิมลงคอไป หลังจากนั้นก็นิ่งขึงครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง พาเอาหว่างคิ้วผู้ถามต้องขมวดเป็นปม
ดีมาด
17d
0ดี~~~
02/08
0ดีๆๆๆๆๆ
29/07
0ดูทั้งหมด