เพ่ยหลิงจึงเป็นสาวใช้ตัวน้อยคอยปรนนิบัติเว่ยหยางทุกย่างก้าว เสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดก็ซักให้จนขาดวิ่น เตียงไม้ไผ่ยังแย่งนอนจนเต็มอิ่ม อาหารทุกอย่างยังหามาให้จนเต็มบ้าน โดยไม่ถามสักคำว่าอยากกินหรือไม่เพียงแต่มีสิ่งหนึ่งที่นางไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดยามหลับใหลถึงได้รู้สึกถึงรสสัมผัสแปลกประหลาด ที่แสนจะคุ้นชินอย่างมาก คล้ายกับเคยทำมาแล้วแต่ชาติปางก่อนและนางก็ชมชอบอย่างยิ่ง ยามอาทิตย์สาดส่อง แสงแดดเสียดแทงหมู่เมฆา ตกกระทบยอดไม้ทะลุถึงพื้นดิน“คุณชายเว่ย! ท่านร้อนแล้ว ตรงนี้แดดแรงยิ่ง โอ๊ะโอ...ท่านนั่งก่อน มาๆ ข้าพัดให้”เส้นเสียงหวานใสเจื้อยแจ้วไม่หยุด ในมือเล็กยังมีใบไม้คอยปัดซ้ายขวาเรียกลมเย็นวูบวาบที่ริมหู ให้ร่างสูงรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจเว่ยหยางนั่งลงแล้วตกปลาที่ริมธารเหมือนเช่นเคย ปากก็ออกคำสั่งเสียงเข้มว่า“เจ้ามานี่!”ยังไม่ทันได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ร่างเล็กก็ถูกคนตัวโตดึงมานั่งลงบนตักแล้วเพ่ยหลิงกะพริบตาปริบๆ เอียงคอเงยหน้ามองด้วยดวงตากระจ่างใสยิ่งกว่าน้ำในลำธาร ท่าทางไร้เดียงสาอย่างมาก จนเว่ยหยางที่ตีหน้าขรึมถึงกับแสบตา พลางเอ่ยปากเสียงเย็นว่า“นั่งนิ่งๆ ข้าจะตกปลา ห้ามรบกวนสมาธิ”อันที่จริง หากสั่งให้หุบปากแล้วไล่ไปนั่งไกลๆ ยังจะสมเหตุสมผลมากกว่า ทว่าเด็กสาวก็หาได้สงสัยอันใดไม่ นางเพียงพยักหน้าเบาๆ อย่างเชื่อฟังแล้วก้มหน้าซุกอกอุ่นอยู่นิ่งๆ พลางถอนหายใจลากยาว แล้วหลับตา แนบฝ่ามือกับแผงอกหนา ลูบไล้ไปมา รู้สึกได้ว่าแสนสบายเหลือเกินภายใต้ใบหน้าหล่อเหลาผู้เป็นเจ้าของดวงตาเย็นชา เว่ยหยางก้มมองสตรีนางน้อยผู้วิ่งวุ่นไปทั่วป่า ปากยังเจื้อยแจ้วตลอดเวลา นำพาให้สัตว์น้อยใหญ่ยังต้องเอาหูถูไถยอดหญ้า ในใจบุรุษคิดเพียงว่า ชายผู้ถูกทิ้งขว้างให้เดียวดายในป่าใหญ่ อันเวิ้งว้างเงียบสงัด บัดนี้ไม่มีอีกแล้ว…ความสนิทสนมระหว่างชายหญิงเสมือนคุ้นเคยกันมาก่อนหน้าแล้วแสนนาน...โดยที่พวกเขาก็ไม่รู้ตัวอาทิตย์อัสดงแสงแดดอ่อนลงมวลเมฆเคลื่อนคล้อย หมู่ปักษาบินกลับรังเว่ยหยางจึงเดินกลับบ้าน มีเพ่ยหลิงเดินตามไม่ทิ้งห่าง ปากยังส่งเสียงสดใสดังกังวานไม่หยุด“คุณชายๆ ห่างจากบ้านท่านเพียงหนึ่งลี้เท่านั้น มีบ่อน้ำพุร้อนด้วยนะ”ชายหนุ่มเพียงรับฟังพลางเดินอย่างใจเย็น เบื้องหน้าไม่ไกลคือบ้านไม้ไผ่อันทรุดโทรมดรุณียังเอ่ยอีกว่า “คืนนี้เป็นคืนเดือนเพ็ญ ข้าอยากแช่น้ำเหลือเกิน เราไปแช่น้ำกันเถิด”“หากเจ้าอยากแช่น้ำก็ไปได้เลย ไม่ต้องห่วงข้า”“แต่ว่า...พวกเราควรได้คลอเคลียกันในบ่อน้ำร้อน”ประโยคล่อแหลมที่เอ่ยออกมาคือเจ้าของดวงหน้าอ่อนเยาว์ที่มีดวงตาบริสุทธิ์สดใสไร้เดียงสา บุรุษผู้ถูกสตรีชักชวนให้ไปคลอเคลียในน้ำจึงปรายตามองอย่างเย็นชาก่อนตำหนิออกมา“ตัวก็เล็กเท่านี้ เรือนร่างยิ่งไร้ส่วนใดงามงอน ที่ควรมีก็ยังไม่มี กล้ายั่วยวนด้วยการชักชวนไปแช่น้ำรึ?”เพ่ยหลิงพลันเบิกตาโตออกอาการตกใจ“โอว...ที่แท้ท่านก็ห่วงเรื่องนั้น”นางซอยเท้าเล็กน้อยก็เข้ามาจับชายผ้าตรงแขนเสื้อของเว่ยหยางแล้วกระตุกยิกยิก เอ่ยปากอีกว่า “ท่านไม่รู้อันใด หากข้าเปลื้องผ้า จะเห็นว่ามันเริ่มนูนออกมาแล้ว”นับเป็นประโยคสนทนาอันเปิดเผยเฉกเช่นสามีภรรยาโดยแท้ ทั้งสองต่างมั่นใจในตัวอีกฝ่ายโดยมิได้นัดหมายและไม่รู้ตัว ทว่าบุรุษย่อมเป็นสุภาพชน สิ่งใดยังไม่ถึงเวลาเขาย่อมรอได้เว่ยหยางจึงเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง น้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ร่างกายพร้อมรับสิ่งแปลกปลอมแข็งร้อนเข้าสู่กลีบบุปผาอุ่นนุ่มแล้วหรือไร?”จบประโยคเขา เพ่ยหลิงจึงอ้าปากค้าง กะพริบตาปริบๆนางไม่เข้าใจ...และทั้งๆ ที่เป็นเช่นนั้น ใบหน้าพลันแดงก่ำไปทั้งแถบแบบไม่เคยเป็นมาก่อน เด็กสาวถึงกับเม้มปากแน่น ร้อนวาบไปทั้งร่าง ใจเต้นกระตุกผิดไปหนึ่งจังหวะเมื่อเห็นแน่งน้อยมีอาการเช่นนั้น เว่ยหยางพลันรู้สึกตัวเขาเอ่ยสิ่งใดออกไป?มีสิ่งหนึ่งที่ชายหนุ่มจำต้องแอบยอมรับอยู่ในใจลึกๆ ว่าประโยคเมื่อครู่ เขาเพียรเน้นย้ำกับตนเองต่างหาก
ดีมาด
17d
0ดี~~~
02/08
0ดีๆๆๆๆๆ
29/07
0ดูทั้งหมด