logo text

บทที่ 88 สิ่งสำคัญที่ต้องเลือก

เจ้าชายทรงยืนผสานพระเนตรกับอนุชาต่างมารดา ในพระทัยร้อนระอุราวกับมีไฟเผาเมื่อทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่ต้องการ
“เจ้ารู้ใช่ไหมมาซาฮาฟว่านิลลนาจะเป็นเช่นไรหากเจ้าปฏิเสธข้า”
“ข้ารู้” ทรงตอบแล้วช้อนพระเนตรมองหญิงสาว นิลลนากัดริมฝีปากพยักหน้าเพื่อบอกว่าตนนั้นเข้าใจสิ่งที่ทรงเลือก “และข้าแน่ใจว่านิลลนาเข้าใจสิ่งที่ข้าเลือก”
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะส่งนางกลับไปให้เจ้า แต่... เป็นร่างที่ไร้วิญญาณ!”
ทรงหันพระวรกายเพื่อก้าวออกนอกห้องรับรอง ในพระทัยปวดร้าวพระองค์แลกบัลลังก์เพื่อความสุขของตนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ คงต้องหวังพึ่งอัสลันขอให้ราชองครักษ์ทำสำเร็จทันเวลาด้วยเถิด
รถพระที่นั่งเคลื่อนออกจากพระราชวังซาเก็นเดีย อัสลันอยู่เบาะด้านหลังเคียงข้างพระองค์ไม่ห่างจนกระทั่งผ่านมาเกือบสิบกิโลรถจึงหยุดลง ราชองครักษ์ก้าวลงพร้อมลูกน้องอีกห้าคน ทรงลงจากรถยนต์พระที่นั่งแล้วยืนต่อหน้าองครักษ์คนสนิท
“ข้าขอฝากเจ้าด้วยอัสลัน” ทรงตรัสแววพระเนตรปวดร้าว
“ไม่ต้องห่วงพะยะค่ะ กระหม่อมจะทำให้สำเร็จ ขอฝ่าบาทอย่าได้ทรงกังวล”
ทรงพยักพระพักตร์ช้าๆ แล้วกลับขึ้นรถยนต์พระที่นั่งตามเดิม รถเคลื่อนผ่านอัสลันและพรรคพวก เขามองดูแล้วหันกลัยมาทางลูกน้อง
กษัตริย์ขบพระทนต์แน่นเพื่อเก็บกลั้นความรู้สึกในเวลานี้ หากนิลลนาเป็นอะไรไปพระองค์ไม่รู้ว่าจะทนทรมานได้นานแค่ไหน การสูญเสียสิ่งสำคัญพระองค์เคยพบพานมาแล้ว มันเหมือนถูกมีดกรีดพระทัยทุกวันกว่าแผลจะหายพระองค์แทบไม่เป็นผู้เป็นคน โชคดีได้รับความรัก ได้รับความอบอุ่นจากหญิงคนหนึ่งนางเป็นชาวไทยเช่นเดียวกับนิลลนา
และจนถึงตอนนี้ พระองค์ไม่เคยลืมเลือนนางจากความทรงจำได้เลย...
อัสลันกางแผนที่ของพระราชวังซึ่งสายข่าวเคยส่งมาให้ก่อนหน้าไม่กี่วัน เขาจำเป็นต้องวางคนไว้ในวังแห่งอื่นเพื่อสืบข่าวคราว เพราะอาจมีการหมายปองราชบัลลังก์ นี่คือการป้องกันไว้ก่อนสาย
“เราจะบุกทางประตูด้านหลังซึ่งติดกับตำหนักมเหสีของเจ้าชาย” อัสลันอธิบาย
“ไม่เสี่ยงเกินไปเหรอขอรับท่านอัสลัน” หนึ่งในลูกน้องถามเสียงเครียด
“ไม่หรอก สายข้ารายงานมาว่าตำหนักพระมเหสีไม่ค่อยมีคนมากนัก นางไม่ชอบความวุ่นวาย และอีกอย่างที่นี่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ชิงตัวประกันมาก่อน”
“แต่พวกผมรู้สึกแปลกครับ ทำไมพระมเหสีถึงไม่ตำหนิเจ้าชายเลย ที่จับตัวพระสนมนิลลนามากักขังไว้”
“เพราะนางเป็นมเหสีแค่ในนามน่ะสิ นางไม่ได้รักเจ้าชายสักเท่าไหร่ สายข่าวรายงานนางแยกตำหนักกับเจ้าชายมานานแล้ว”
ลูกน้องพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ
“ที่วังมีการติดกล้องวงจรปิด พวกเจ้าหาทางทำลายระบบซะ อย่าให้พวกเรากลายเป็นหลักฐานให้ฝ่าบาทเดือดร้อน” เขาสั่งแล้วแสดงท่าทางครุ่นคิดสักพัก “ปิดหน้าปิดตาให้เรียบร้อยเพื่อป้องกัน เข้าใจกันใช่ไหม”
“เข้าใจครับ” ทหารรับคำทันที
ร่างบางนั่งกอดเข่าบนเตียงกว้าง นึกถึงพระพักตร์ฝ่าบาทเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาในใจปวดร้าว เธอทำให้พระองค์ต้องเจอเรื่องหนักพระทัย แววพระเนตรบ่งบอกถึงความเจ็บปวดกับการกระทำของเธอ นิลลนารู้ดีว่าฝ่าบาทต้องทรงไม่พอพระทัยกับการกระทำของเธอ แต่ให้ทำเช่นไรได้ในเมื่อเธออยากกลับไปหาครอบครัว
มันคงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว ไม่อยากให้เธอเป็นข้อต่อรองอีก หากต้องติดอยู่ในที่แบบนี้สู้ทำสิ่งสำคัญให้ฝ่าบาทเป็นครั้งสุดท้ายเสียยังดีกว่า เธอรู้ดีฝ่าบาทไม่มีทางปล่อยให้เธออยู่ในมือเจ้าชายเซบาสนาน และนั้นอาจทำให้พระองค์ต้องตกที่นั่งลำบากจากแผนการเลวร้ายของพระอนุชาของพระองค์
น้ำตาเริ่มไหลรินอาบแก้ม เวลาเริ่มเคลื่อนคล้อยจนตะวันลับขอบฟ้า แสงสว่างเลือนหายเหลือเพียงความมืดมิด เธอไม่ได้คิดเปิดไฟ แต่สองเท้ากลับลงจากเตียงก้าวหยุดตรงหน้าต่างทอดสายตาผ่านวิวอันกว้างไกล ส่งใจไปถึงพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย
ขอลาพระองค์เพียงเท่านี้ กาลเวลาช่างเล่นตลกร้ายให้เธอได้มีความรัก แต่คนที่เธอมอบใจกลับแตกต่างกันเหลือเกิน แม้รู้ไม่อาจครองคู่แต่ใจกลับถวิลหาทุกเวลา กายห่างแต่ใจไม่เคยห่าง เธอเข้มแข็งมากพอที่จะทำสิ่งนี้
ทรุดกายกองกับพื้นก้มกราบด้วยความอาดูร ชาติอกตัญญูต่อบิดามารดา แต่ชาติหน้าลูกนี่ขอชดใช้ ชาตินี้ได้เจอรักแท้แต่ไม่อาจสมหวัง ชาติหน้าขอให้ได้พบรักแท้ที่ไม่พรากจากจนกว่าจะตายจาก นิลลนาลุกสายตาหยุดตรงผ้าม่านตาข่ายตรงเตียงสีเสา กระชากมันออกมา
แควก!
ขมวดปมผูกกันให้มีขนาดยาว นี่คือทางออกเดียวที่เธอคิดได้ในเวลานี้ พาดมันบนเสาเตียงแล้วยืนบนฟูกคล้องลงคอหลับตาภาวนา ขออย่าให้ทรมาน
อาการอึดอัดหายใจไม่ออก ร่างกายกระเสือกกระสนทุรนทุรายขาดอากาศหายใจเธอเพิ่งรู้ คนใกล้ตายมันทรหารนเหลือเกิน เมื่อไหร่จิตดวงนี้จะดับสูญเสียที
ปัง!
เสียงประตูกระแทก
“นิลลนา!” เสียงเรียกดังขึ้น
ร่างบางถูกยกให้สูงเพื่อให้แรงผ้ารัดคอเบาบางลง
“ใครอยู่ข้างนอก มาตัดผ้าเร็วเข้า!”
เธอไม่รู้ว่าใครมาช่วย ในหัวสมองมันตื้อไปหมด สายตาพร่าเลือนมองไม่เห็นอะไรเลยสักอย่าง ก่อนสติอันน้อยนิดดับวูบลง
ผ้าถูกตัดออกเจ้าชายรับร่างบางไว้แล้ววางลงบนเตียงสีพระพักตร์ซีดเผือด
“รากันไปตามหมอมาเร็วเข้า!”
“พะยะค่ะเจ้าชาย”
ไม่กี่นาทีแพทย์ประจำตำหนักถูกนำตัวมาทำการรักษา คนป่วยถูกตรวจทันที ชีพจรถูกจับ ใบหน้าถูกพลิกไปมาเพื่อดูบาดแผล
“เป็นอะไรมากไหมฮาซา”
“ไม่เป็นอะไรมากพะยะค่ะ นางแค่หมดสติชั่วขณะเพราะขาดอากาศหายใจ บวกกับความตกใจและความกังวลก่อนปลิดชีพตนเอง” แพทย์รายงาน
ทรงระบายพระอัสสาสะด้วยความเหนื่อยอ่อน
“เจ้ารักษาไปเถอะ ทำให้นางหายโดยเร็วที่สุด”
“พะยะค่ะเจ้าชาย” แพทย์รับคำ
เจ้าชายเซบาสเสด็จออกมานอกห้องโดยมีรากันยืนเคียงพระวรกาย
“คืนนี้เจ้าเฝ้านางให้ดีนะรากัน ถ้าข้าเดาไม่ผิดคงต้องมีคนมาช่วยนางแน่”
“กระหม่อมรับพระบัญชาพะยะค่ะเจ้าชาย”
ทรงพยักพระพักตร์แล้วดำเนินออกไปจากบริเวณหน้าห้อง รากันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาไม่อยากให้เจ้าชายสร้างศัตรูหรือประกาศสงครามกับฝ่าบาทเลย เพราะมันเท่ากับว่าเจ้าชายกำลังก่อการกบฎอยู่ แต่เขาเลือกไม่ได้ ในเมื่อปฏิญาณว่าจงรักภักดีกับใครย่อมไม่มีเปลี่ยนแปลงต่อให้แผ่นดินกลบหน้าก็ตาม

หนังสือแสดงความคิดเห็น (1371)

  • avatar
    เด็กหญิงอาทิตยา บินมุสา27760

    คุณดีมากมันดีมาก

    3d

      0
  • avatar
    บุษบาบังอร

    ดีจร้

    11d

      0
  • avatar
    แป้ง' ป็อกกาแลต

    ดีมากมาย

    18d

      0
  • ดูทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

บทล่าสุด