logo text

บทที่ 33 ฝันที่ไม่คาดคิด

อรนิสาชะงัก กัดริมฝีปากแน่น
“จะถามไปทำไมในเมื่อคุณไม่เคยแคร์”
“อย่าพูดว่าผมไม่เคยแคร์เลยอร คุณรู้แก่ใจว่าผมแคร์คุณแค่ไหน” เขากัดฟันกรอด เมื่อนึกถึงตอนที่ตนเองแอบหยิบมือถือแฟนมาดู พบข้อความมากมายที่ส่งไปหาคนรักเก่า “อย่านึกว่าผมไม่รู้ ตอนที่คุณอยู่กับผม คุณก็ยังไม่วายส่งข้อความอ้อนวอนไปหาไอ้พิรามมัน!”
คนฟังนิ่งงัน “นี่คุณแอบดูมือถือฉันเหรอ”
“ถ้าไม่ดูจะรู้เหรอ ว่าคุณอาลัยอาวรณ์ผัวเก่ามากแค่ไหน!”
“ถ้ารู้สึกแบบนั้น อย่างที่บอก เลิกกันไปเลยดีกว่าพงษ์ จะทนกันไปทำไม!”
ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ไม่สบอารมณ์กับคำพูดอีกฝ่าย
“คำก็เลิก สองคำก็เลิก รักมันมากนักใช่ไหม” เขาบีบไหล่แน่นขึ้น อรนิสาเบ้หน้า
“ปล่อยฉันนะพงษ์ ฉันเจ็บ!”
“ฉันอยากบอกอะไรไว้ให้เธอรู้นะอร ผู้ชายอย่างพิรามมันไม่กินของเหลือเดนเหมือนฉันหรอกนะ เธอลองใช้หัวสมองคิดซะบ้าง ว่าคนอย่างมันจะเลือกเธอ หรือผู้หญิงที่มีพร้อมทุกอย่างอย่างเนตร!”
เพียะ!
ใบหน้าหันตามแรงฝ่ามือ คนโดนตบหันมาสบตา แล้วกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ
“ตัวคุณเองก็เหมือนกัน คุณมันก็ไม่มีอะไรเทียบพี่รามได้สักอย่าง!”
คนถูกหมิ่นยิ้มเหี้ยม “ผิดแล้วอร ถึงการศึกษา ฐานะทางสังคมพงษ์เทียบไม่ได้ แต่เรื่องบนเตียงพงษ์ไม่แพ้มันแน่นนอน!”
ร่างบางถูกรวบไว้ในอ้อมแขน แล้วโยนลงบนเตียงกว้าง กายแกร่งทาบทับเข้าหา อรนิสาดิ้นรนกรีดร้องเพื่อหนี ทว่าเขากลับรุกไล่อย่างป่าเถื่อน ร่างกายถูกปลุกเร้าอย่างร้อนแรง ไม่ถนอมเช่นเคย เธอปวดร้าวทรมานราวกับจะแตกเป็นเสี่ยง ไม่เคยคิดว่าตนเองต้องพบพานการกระทำอันโหดร้ายเพียงนี้ เรือนร่างเปลือบเปล่าขาวโพลนมีรอยแดง เขียวช้ำเต็มไปหมด ภานุพงษ์ชันกายลุกนั่งหลังจากผ่านศึกรักเกือบทั้งคืน
อรนิสาทำให้อารมณ์ดิบภายในเผยออกมา เขาหวังว่าเธอคงไม่มายั่วโมโหตนเองอีก เพราะจากนี้ คงไม่มีคำว่าปรานีอีกแล้ว สองเท้าหย่อนลงจากเตียง แล้วหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ ปล่อยอีกคนสะอื้นไห้
“ผมจะไปทำงาน อยู่บ้านดีๆ ล่ะ” เขาบอก แล้วเดินมาหาก้มลงจุมพิตหน้าผากมน แล้วออกจากห้องไป
อรนิสาลุกนั่งน้ำตาไหลอาบแก้ม สองเข่ายกขึ้นชัน ริมฝีปากกัดแน่น เธอจะทนอยู่แบบนี้ได้นานแค่ไหนกัน ต่อให้รักมากเพียงใด ถ้าถูกทำร้ายซ้ำ ๆ ก็คงไม่อาจฝืนมันได้อีก
 
งานแต่งถูกจัดขึ้น เนตรดาวในชุดเกาะอกสีขาวยาวปิดเท้า ผมถูกรวบไว้เหนือศีรษะประดับด้วยมุกและดอกไม้ ปอยผมถูกปล่อยเคลียแก้ม ใบหน้าแต่งแต้มด้วยโทนสีชมพูอ่อน หญิงสาวมองตนเองในกระจกอีกครั้ง ไม่นานนักเจ้าบ่าวเดินทางมารับเพื่อออกไปต้อนรับแขก
บ่าวสาวยืนรอถ่ายรูปกับแขกที่มาในงาน เมื่อได้เวลาจึงถูกเชิญเข้าด้านในเพื่อเริ่มพิธี เนตรดาวสบตาคนรักเมื่อเขาบรรจงตัดเค้กพร้อมกับเธอ เสียงปรบมือดังกึกก้องทั่วงาน อรนิสาในชุดเดรสลูกไม้กุหลาบก้าวเข้ามาด้านใน นันทวัฒน์ชะงักจ้องมอง แล้วสั่งให้ลูกน้องตรงไปหาในทันที
“มาทำอะไรที่นี่ครับ” ทินกรยืนดักหน้าแล้วถาม
อรนิสาชะงัก แล้วยื่นการ์ดให้ดู
“เนตรให้อรมาค่ะคุณทินกร อรกับเนตรดีกันแล้วนะคะ” เธอบอกเสียงแผ่ว ทินกรชะงัก สีหน้าเครียดขึ้น
“ผมขอไปถามเจ้านายก่อน คุณรอตรงนี้” พูดจบเขาให้ลูกน้องเฝ้าแทน ก่อนเดินไปหาเจ้านาย
“ว่าไงทิน”
“นี่ครับ” เขายื่นการ์ดให้นายดู “คุณอรนิสาบอกว่าเธอได้มาจากคุณหนู”
นันทวัฒน์รับมาครุ่นคิด ยัยเนตรกำลังต้องการอะไรแน่ หรือจะประกาศเรื่องแต่งงานให้อรนิสารับรู้ว่าตอนนี้พิรามไม่ใช่ของผู้หญิงอย่างอรนิสาอีกแล้ว
“ให้เข้ามาในงานก็ได้ แต่หาคนจับตาดูไว้ด้วย อย่าให้สร้างความวุ่นวาย”
“ได้ครับ” ทินกรรับคำ
อรนิสาถูกพาเข้ามาในงาน แล้วนั่งลงตรงโต๊ะท้ายสุด เธอชะเง้อมองคู่บ่าวสาวที่กำลังหัวเราะและส่งสายตาหวานซึ้งให้กัน มือบางกำแน่นด้วยความเจ็บแค้นในอก เธอไม่ควรสูญเสียผู้ชายอย่างพิรามไปเลย ริมฝีปากบางเม้มแน่น พยายามเก็บกลั้นน้ำตาเอาไว้ภายใน
บ่าวสาวเริ่มเดินมายังโต๊ะแขกในงานเพื่อถ่ายภาพ จนกระทั่งมาถึงโต๊ะเธอ อรนิสาฉีกยิ้มกว้างแสร้งว่ายินดีกับทั้งคู่ ทั้งที่ใจกลับริษยาในตัวเนตรดาวมากขึ้น ก่อนหน้าเธอเคยคิดว่า ได้ภานุพงษ์มาจากนี้จะเลิกแล้วต่อกัน แต่ตอนนี้หัวใจกลับรู้สึกเจ็บปวด เพราะตาแก่นันทวัฒน์ไม่เคยปล่อยให้เธอกับพงษ์เสพสุขกันอย่างสบาย
พิรามเมื่อเห็นอดีตคนรัก กลับมีสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความผูกพันใด ๆ ต่อกัน ยิ่งอรนิสาพยายามสบตาเขามากเท่าไหร่ กลับพบเพียงความว่างเปล่า ยามเห็นเขามองเจ้าสาวกลับยิ้มอ่อนโยน แววตาทอประกาย บ่งบอกถึงความรู้สึก เธอกัดฟันข่มกลั้นเอาไว้ แม้ไม่อาจยอมรับ แต่จำต้องทำใจ
“เนตรสวยมากเลยนะวันนี้” อรนิสารีบเอ่ยปากชม
เนตรดาวทอดสายตามอง แววตาเรียบนิ่ง ช่างมันเถอะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว เธอไม่อยากถือสาอะไรอีก อย่างน้อยอรนิสาก็ทำให้เธอหูตาสว่างไม่ต้องแต่งงานกับผู้ชายอย่างภานุพงษ์
“ขอบใจ” เธอตอบรับเสียงเรียบ
อรนิสาหันมองพิราม “ยินดีด้วยนะคะพี่ราม”
“ขอบใจอร”
“อรขอถ่ายรูปกับสองคนได้ไหม อรอยากได้รูปไว้เป็นที่ระลึก”
เธอเหลือบมองเจ้าบ่าว พิรามพยักหน้าช้า ๆ เขามั่นใจว่าต้องไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือถ้าเกิด ก็พร้อมปกป้องเนตร
“ได้สิ”
แขกเลือกยืนตรงกลางระหว่างคู่บ่าวสาว มือบางแตะแผ่วบนหลังมือหนา พิรามชะงักสบตาครู่หนึ่ง ดวงตาคมหรี่ลงจนอรนิสารู้สึกหวั่นเลยรีบขยับมือออก แล้วยิ้มกว้าง พิรามระบายลมหายใจ เมื่อถ่ายรูปจบเลยพาคนรักเดินห่างออกมา คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน
“เนตรคิดว่าอรคงคิดได้แล้วล่ะค่ะ” หญิงสาวเปรยออกมา ทำเอาคนฟังนิ่งงัน แล้วหันมอง
“ทำไมถึงคิดว่าอรคิดได้แล้วล่ะเนตร”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ อรแค่คิดว่า ถ้าอรยังคิดทำร้ายเนตรเหมือนแต่ก่อน อรคงไม่กล้ามาขอโทษ แล้วเผชิญหน้ากับเนตรแบบนี้” เธออธิบาย
ทว่าคนตัวใหญ่กลับมีสีหน้าเครียดขึ้น อรนิสาทำอะไรได้มากกว่าที่คิด และเขาไม่เคยนึกไว้ใจอดีตคนรักเลยสักครั้ง
“พี่ดีใจนะ ที่เนตรไม่ได้เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น” เขาบอก แล้วอมยิ้ม “แต่ว่าพี่อยากให้เนตรระวังไว้จะดีกว่า เราทั้งคู่ต่างเคยโดนอรทำร้าย พี่ให้อภัยอร เนตรก็คงให้อภัยอรเหมือนกัน แต่เราไม่ควรไว้ใจอรนะรู้ไหม”
“ทำไมล่ะคะพี่ราม”
“เพราะถ้าอรคิดได้อย่างที่พูด อรก็คงไม่ทำผิดถึงสองครั้งหรอกครับ”
เนตรดาวพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ เมื่อพิธีจบสองร่างนั่งอยู่บนเตียงกว้าง หลังจากผู้ใหญ่ออกไปหมดแล้ว เนตรดาวก้มหน้าไม่กล้าสบตาเจ้าบ่าวของตนเอง ทว่าคางมนกลับถูกเชยขึ้นมา
“ไม่กล้ามองหน้าพี่เลยเหรอครับ” เขาแซว
เธอเม้มริมฝีปาก “เปล่านะคะ”
“อาบน้ำก่อนไหม จะได้สบายตัว”
“ค่ะ”
ร่างบางลุกจากเตียง แล้วตรงเข้าห้องน้ำ ยืนมองตนเองหน้ากระจก ต่อให้ทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร ทว่าหัวใจกลับปิดไม่มิด มันเต้นเสียจนแทบทะลุนอกอก แต่เธอจำต้องกัดฟันแสร้งทำเป็นนิ่งเฉย เพราะคาดเดาอะไรไม่ได้เลย ว่าต่อจากนี้พี่รามจะทำเช่นไร แค่คิดก็พาลให้ผิวแก้มแดง
ยี่สิบนาที เธอเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพสวมชุดนอนผ้าแพรเรียบร้อย ในขณะที่เขากำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต พิรามหันมองเจ้าสาวแล้วยิ้มให้
“เสร็จแล้วเหรอเนตร”
คนถูกถามชะงัก แล้วหลุบตาไม่กล้าสบ
“เสร็จแล้วค่ะ”
พิรามก้าวผ่านจังหวะนั้น คนสวยเหลือบมองเห็นแผงอก เลยรีบเมินทางอื่น ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงอาการประหม่า ขนาดเขากับเธอสนิทสนมกันมานับสิบปี แต่พอเปลี่ยนสถานะ มันคงทำให้เนตรรู้สึกไม่คุ้นชิน
“พี่ขอไปอาบน้ำก่อนนะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
“ค่ะ” เธอตอบรับคำเสียงเบา
เห็นประตูห้องน้ำปิดลง เนตรดาวทรุดกายลงบนเตียง กวาดตามองรอบๆ ห้อง ซึ่งเธอเคยมาหลายครั้ง ภายในห้องมีกลิ่นที่คุ้นเคย เพียงแต่การตกแต่งมันเปลี่ยนไป เธออมยิ้มน้อย ๆ เพราะไม่คิดว่าตนเองจะกลายเป็นเจ้าของห้องนี้ร่วมกับผู้ชายที่เคยนับถือว่าเป็นพี่
เสียงประตูร่างสูงก้าวออกมา เนตรดาวเงยหน้าสบตา สองเท้าก้าวยาวมาหาแล้วหย่อนกายลงเคียงข้าง จ้องมองคนรักแววตาทอประกาย
“พี่นึกว่าเนตรหลับไปแล้วเสียอีก”
เนตรดาวช้อนสายตามอง
“เนตรรอพี่รามค่ะ” เธอตอบตามตรง
คราแรกคิดอยากหนี แกล้งหลับหรืออะไรก็ได้ แต่เธอไม่ได้แต่งงานกับพี่รามเพราะความจำยอม เธอรักเขา เรื่องแบบนี้ย่อมเกิดขึ้น มันคือเรื่องปกติของสามีภรรยา ไม่เช่นนั้นเธอจะมีหลานให้พ่อกับแม่ได้อย่างไร
“รอพี่เหรอครับ?” ชายหนุ่มย้อนถามสีหน้าสับสน
“ใช่ค่ะ”
“ทีหลังไม่ต้องรอก็ได้นะเนตร ถ้าง่วงก็นอนได้เลยครับ”
คนฟังขมวดคิ้ว นี่แกล้งไม่เข้าใจหรือยังไง มือยกจับใบหน้าเขาให้หันมาสบตา พิรามขมวดคิ้ว
“อะไรครับเนตร”
“พี่รามแกล้งไม่รู้เหรอคะ พี่รามลืมหรือเปล่าว่าวันนี้เป็นวันแรกที่เรานอนด้วยกัน”
“พี่รู้ครับ”
หญิงสาวปล่อยมือ แล้วระบายลมหายใจ แสร้งหยิบผ้าห่มหมายคลุมเพื่อเอนกายลงนอน ทว่าเอวบางกลับถูกโอบรัดไว้อย่างรวดเร็ว คนถูกกอดชะงัก
“พี่กลัวเนตรไม่พร้อม” พิรามยอมบอกความจริงที่ตนเองรู้สึก
หญิงสาวหันมาเผชิญหน้า
“เนตรแต่งกับพี่แล้ว ไม่มีทางที่เนตรจะไม่พร้อม เนตรโตพอที่จะรู้เรื่องพวกนี้แล้วค่ะ” เธอตอบตามตรง
เขายิ้มกว้าง “แต่ถ้าพี่เริ่มแล้ว พี่จะไม่หยุดนะครับ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เนตรไม่ได้เดียงสาขนาดนั้น”

หนังสือแสดงความคิดเห็น (109)

  • avatar
    สาเเก้วรวิกานต์

    ❤️❤️❤️❤️❤️❤️

    03/07

      0
  • avatar
    ไว้ดีพอจะ ไปขอเธอคืน

    หนังเรื่องนี้สนุกมาก

    02/06

      0
  • avatar
    Anas Wanaeloh

    เอปนีเป็นเเอปที่ดีใด้ความสนุกสนานเเถมยังใด้พัฒนาการอ่านไปในตัวด้วยทำให้เราอานคล่องขึ้นเเถมเอาไปเเข่งหรืเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันใด้ด้วย

    01/06

      0
  • ดูทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

บทล่าสุด