logo text

Episode-26 ความสัมพันธ์ไม่มีชื่อเรียก

หลังจากมื้อนี้จบลงฉันแยกตัวออกมานั่งมุมหนึ่งของร้าน สังเกตไปรอบบริเวณเหมือนว่าทุกคนจะมีหน้าที่เป็นของตัวเอง ยกเว้นพี่เฟิร์นที่เอาแต่เดินตามคนนั้นทีคนนี้ที
“เขียนฟ้า”
“นายมาได้ไงอะ” บุคคลตรงหน้าคืออาร์ทค่ะ ตั้งแต่เกิดเรื่องคราวนั้นเราก็ไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกเลย
“มากินข้าวสิถามได้ ที่นี่ร้านประจำของครอบครัวเราเลยนะ” อาร์ทตอบอย่างเป็นกันเองก่อนจะตั้งคำถามกับฉันบ้าง “เธอมาคนเดียวเหรอ ไม่เจอกันนานสวยขึ้นเยอะนะเนี่ย”
“มาสามคน” น้ำเสียงไม่ค่อยพอใจตอบกลับก่อนจะหยุดยืนข้างฉัน
“พี่โรม!”
“อะไร?”
“เขาเป็นลูกค้าพี่นะคะ จะหัวร้อนทำไม” เขาเงียบแล้วมองหน้าฉันอยู่แบบนั้น “หนูก็อยู่ของหนูเฉย ๆ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย”
“งั้นเราไปหาแม่ก่อนนะ” อาร์ทพูดแทรกขึ้นก่อนจะเดินจากไป ทำให้ตรงนี้เหลือฉันกับเขาแค่สองคน
“พี่เลิกทำหน้าเบื่อโลกสักทีได้ไหม”
“มานี่” มือหนารั้งแขนฉันให้เดินตามไป พี่โรมพาฉันเข้ามาตรงเคาน์เตอร์บาร์ และยังเอาบิลกองมหึมาให้ฉันคิดเงินอีกด้วย
“ทำอะไรของมึงวะ นั่นมันหน้าที่กูครับ” พี่โอมเอ่ยเมื่อเห็นพี่โรมเอางานของตัวเองมาให้ฉันทำ
“วานมึงสอนหน่อยแล้วกันจะได้ไม่ว่างไปนั่งเป็นตุ๊กตาหน้าร้านอีก”
“นั่นเพื่อนหนูพี่เป็นอะไรมากไหมเนี่ย”
“เลิกต่อปากต่อคำก่อนที่ความอดทนของฉันจะหมด”
“พี่เคยอดทนอะไรด้วยเหรอ”
“เขียนฟ้า!”
“...”
“พอ ๆ มึงไปทำหน้าที่ของมึงได้แล้วไอ้โรม ตรงนี้กูจัดการเอง” พี่โอมแทรกขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก “มึงไปช่วยไอ้เลย์เช็กของได้แล้ว”
พี่โรมไม่พูดอะไรออกมาอีก เขามองฉันแวบหนึ่งก่อนจะเดินไปหาพี่เลย์ที่อยู่หลังร้าน
“ทะเลาะอะไรกัน” เป็นพี่เฟิร์นที่เข้ามาถาม เขาเห็นทุกอย่างแต่แรกแล้ว
“ไม่ได้ทะเลาะค่ะ ปกติของเขานั่นแหละอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ หนูชินแล้วเดี๋ยวเขาก็ดีเอง” ฉันตอบด้วยท่าทีสบาย ๆ เพราะมันไม่มีอะไร
“เดินหนีแบบนี้นะปกติ?”
“ใช่ค่ะปกติ” พี่เฟิร์นไม่พูดอะไรออกมาอีก สีหน้าเขาเหมือนมีคำถามแต่กลับไม่พูดอะไรออกมาและเป็นฉันเองที่ตั้งคำถามกลับไปแทน “พี่เลย์กับพี่โรม พี่เฟิร์นสนิทกับใครมากที่สุดคะ”
“ก็สนิททั้งสองนะ น้องเขียนฟ้าถามทำไมเหรอ”
“เปล่าค่ะ ก็แค่อยากรู้”
“เลย์เป็นคนไม่ค่อยแสดงออกแต่โมโหร้าย ส่วนโรมก็อย่างที่เห็นถ้าไม่พอใจเขาจะแสดงออกมาตรง ๆ แบบนี้เลย จะว่าไปก็นิสัยคล้ายกันนั่นแหละแค่แสดงออกคนละแบบ”
“แบบเดียวกันนั่นแหละค่ะขึ้นอยู่กับสถานการณ์และอารมณ์ในเวลานั้น”
“แล้วน้องเขียนฟ้าล่ะคะ ระหว่างโรมกับเลย์สนิทกับใครมากกว่ากัน”
“สนิทเป็นบางเวลาค่ะ กับพี่โรมตอนนี้ขอไม่สนิทก่อน ส่วนพี่เลย์จะสนิทเฉพาะเวลาที่เขาตามใจ”
“ไอ้เลย์เนี่ยนะตามใจถ้าเป็นไอ้โรมพี่จะไม่เถียงเลย” พี่โอมที่ฟังอยู่แต่แรกพูดขึ้นมาบ้าง
ไม่ทันที่ฉันจะตอบอะไรพี่เลย์ก็เอาผลไม้มาวางให้ตรงหน้าโดยไม่พูดอะไรสักคำ จากนั้นเดินกลับไปหลังร้านตามเดิม
“อย่างที่หนูบอกนั่นแหละค่ะว่าอารมณ์เขาขึ้น ๆ ลง ๆ” ฉันว่ายิ้ม ๆ ก่อนจะหยิบผลไม้ใส่ปากอย่างเอร็ดอร่อย โดยมีสายตาของพี่โรมมองอยู่ห่าง ๆ
“อืม... เรื่องนี้พี่เห็นด้วย”
 
นานหลายนาทีที่ฉันช่วยพี่โอมเช็กบิลกระทั่งอาร์ทเดินมาหาอีกครั้ง
“เรากลับก่อนนะ ไว้เจอกันที่มหาลัยฯ”
“หืม... นายเรียนที่นั่นเหมือนกันเหรอ”
“ใช่ แต่พอดีญาติเราเสียอะตั้งแต่เปิดเทอมยังไม่ได้ไปเรียนเลยสักวัน”
“อ๋อ ... ถ้างั้นเจอกันนะ”
“ครับ” อาร์ทยิ้มให้ตามประสาแล้วเดินออกจากร้านไป
“ยิ้มเล็กยิ้มน้อยมีความสุขจังเลยนะครับ” น้ำเสียงกระแนะกระแหนดังขึ้นจากด้านหลัง แต่ว่าคราวนี้เป็นพี่เลย์ค่ะ
“เพื่อนกัน” เขาเงียบแล้วมองฉันอยู่แบบนั้น สายตาเย็นชานี้ไม่ได้ต่างไปจากพี่โรมเลยจริง ๆ
“จ้องอยู่ได้ไปทำงานให้เสร็จครับ” ไม่พูดเปล่าพี่โอมยังรั้งแขนพี่เลย์ให้เดินตามไปอีกด้วย
ถ้าเราเป็นคนรักกันฉันจะไม่แปลกใจเลยกับท่าทีแบบนี้ของเขาสองคน แต่นี่ไม่ใช่ไง ถึงแม้หลายอย่างจะเกินคำว่าลูกหนี้กับเจ้าหนี้ไปมากแล้วก็ตาม
เวลาล่วงเลยมาจนถึงร้านปิด พวกพี่เขากำลังทำบัญชีกันอยู่ค่ะ ส่วนฉันก็นั่งเกะกะอยู่ใกล้ ๆ นี่แหละ
“ไปนอนได้แล้วมั้ง” พี่โรมพูดขึ้นลอย ๆ
“บอกใครวะ” พี่เติ้ลถามยิ้ม ๆ เขารู้แหละว่าหมายถึงฉันแต่คงอยากกวนประสาทพี่โรมมากกว่า  
“บอกมึงมั้ง”
“แหม...เดี๋ยวนี้รู้จักประชดประชัน”
“กวนส้นตีนนะมึง”
“กวนอะไรกูยังไม่ได้ทำอะไรเลย ว่าแต่มึงหมายถึงใครไหนลองบอกให้ชื่นใจซิเพื่อนรัก”
“ไปไกล ๆ ไป”
“หัวร้อนกลบเกลื่อนซะด้วย”
พี่โรมไม่ได้สนใจฟังพี่เติ้ลสักเท่าไหร่ เขามัวแต่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดอยู่แบบนั้น แถมเรียวคิ้วยังขมวดเข้าหากันจนยุ่งเหยิงไปหมด
“เจอไหม” พี่เลย์ถามขึ้น
“อืม” พี่โรมขานรับในลำคอแล้วบันทึกไฟล์นั้นเก็บไว้
ฉันไม่รู้ว่าพวกเขากำลังหาอะไร หวังว่าจะไม่ใช่ตอนที่อาร์ทเข้ามาพูดคุยด้วยหรอกนะ เพราะมันไม่มีอะไรเลยติดไปทางไร้สาระด้วยซ้ำ
“งานยังไม่เสร็จคืนนี้คงนอนที่นี่ เธอขึ้นไปนอนก่อนเลย ของใช้กับชุดอยู่ในตู้เสื้อผ้าหยิบมาใช้ได้เลยนะ” พี่เลย์หันมาพูดกับฉัน ตั้งแต่อยู่ร่วมกันมาแทบจะนับครั้งได้ที่เขาพูดดี ๆ กับฉัน
“ค่ะ” ขานรับอย่างเข้าใจแล้วขึ้นมาด้านบนทันที
 
บรรยากาศแปลกใหม่แต่ไม่ได้แตกต่างไปจากหอพักสักเท่าไหร่หรอก เปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อสำรวจของใช้ตามที่พี่เลย์บอก มีครบหมดเลยค่ะยันชุดชั้นในนั่นแหละ
แกรก!
“โทษทีพี่คิดว่ายังไม่มีใครขึ้นมา” เป็นพี่เฟิร์นที่เปิดประตูพรวดพราดเข้ามา “พี่แค่จะมาเอาของน่ะ” พี่เฟิร์นหยุดยืนข้างฉันก่อนจะหยิบชุดนอนที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าออกมา “คิดว่าเลย์ทิ้งไปแล้วซะอีก”
“...”
“อย่าบอกเขานะว่าพี่เข้ามาในห้อง”
“ค่ะ” ฉันไม่รู้จะตอบอะไรจึงเออออตามไปแบบนั้น
“ขาดเหลืออะไรบอกพี่ได้นะ พี่อยู่ห้องข้าง ๆ”
“ค่ะ”
ความเงียบเข้ามาแทนที่หลังจากที่พี่เฟิร์นออกไป ฉันรู้สึกไม่พอใจ ไม่ชอบ และหงุดหงิดกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ...
 
“บอกให้อาบน้ำนอนไง” ไม่รู้ว่าเหม่ออะไรขนาดพี่เลย์เข้ามาฉันยังไม่สนใจเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเข้ามาตอนไหน “รอไอ้โรมมาง้อเหรอ”
“เปล่า”
“...” เขาเงียบแล้ววางเอกสารในมือก่อนจะหันมาสนใจฉันด้วยท่าทีจริงจัง “พี่ไม่มีเวลามากนะคุยกันดี ๆ เป็นอะไร”
“พวกพี่กับพี่เฟิร์นเป็นอะไรกัน ถ้าบอกว่าแค่เพื่อนก็คือโกหก”
“ไม่ได้โกหกก็เป็นเพื่อนกันจริง ๆ แต่เคยมีความสัมพันธ์ทางกาย” พี่เลย์ตอบอย่างตรงไปตรงมา ฉันคิดไว้แล้วล่ะว่าคงเป็นแบบนี้ “แค่เคย”
“ตอนนี้ล่ะคะ”
“ไม่มี”
“...”
“ไม่มีใครและไม่มีมานานแล้ว” มือหนาโยกศีรษะฉันเล็กน้อยก่อนจะหยิบเอกสารแล้วรีบออกจากห้องไป เขากำลังวุ่นวายอยู่กับเรื่องสำคัญมั้ง
 
เลิกสนใจพี่เลย์แล้วอาบน้ำทำธุระส่วนตัวไปตามประสา ไม่รู้เหมือนกันว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ เปิดประตูห้องน้ำออกมาก็เห็นพี่โรมนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
ฉันไม่รู้จะพูดอะไรส่วนเขาเองก็เอาแต่เงียบจนบรรยากาศในห้องเริ่มอึดอัด และเป็นเขาที่ตั้งคำถามกับฉัน
“มีอะไรจะถามไหม?”
“หนูได้คำตอบจากพี่เลย์แล้ว แต่จะว่าไปถามพี่อีกคนก็น่าจะดีเหมือนกัน”
“ว่ามาสิ” เห็นไหมคะ เขาเตรียมพร้อมรับมือกับคำถามของฉันโดยเฉพาะ
“พี่เฟิร์นกับพวกพี่เป็นอะไรกัน”
“เป็นเพื่อนที่มีความสัมพันธ์ทางกาย แต่เรื่องนี้มันผ่านไปนานแล้ว ตอนนี้ไม่มีอะไร ไม่มีใครทั้งนั้น”
“...”
“ไม่เชื่อเหรอ”
“เชื่อหรือไม่เชื่อมันไม่สำคัญหรอก ถึงยังไงพวกเราก็ไม่ได้เป็นอะไรกันอยู่แล้ว พวกพี่จะมีใครมันก็ไม่เกี่ยวกับหนู”
“แล้วถามทำไม?”
“ต้องถามสิเผื่อบางทีหนูอาจจะกำลังล้ำเส้นใครอยู่ก็ได้”
“ไร้สาระ! เธอไม่ได้ล้ำเส้นใครแต่เธอปล่อยให้คนอื่นล้ำเส้นตัวเองต่างหาก” อาจเหมือนกำลังด่าแต่ไม่ใช่ค่ะ เหมือนเขากำลังเตือนฉันทางอ้อมมากกว่า “อย่าเชื่อคนอื่นมาก อยากรู้อะไรให้ถาม”
“งั้นหนูถาม ความสัมพันธ์ของเราเรียกว่าอะไร?”
“เราไหนล่ะ เธอกับพี่ หรือเธอกับไอ้เลย์”

หนังสือแสดงความคิดเห็น (84)

  • avatar
    ณัฐถัสสร เพชรชรา

    สนุกมากค่ะ

    08/08

      0
  • avatar
    Praphatson Chanodhom

    ดีมาก

    26/07

      0
  • avatar
    Su Myat Po Aung

    ดีมากกกก

    29/06

      0
  • ดูทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

บทล่าสุด