62 ทะลุมิติ

“รองแม่ทัพหวัง พี่ชายของข้าเป็นอย่างไรบ้าง” สายตาและน้ำเสียงของนางดูร้อนรน
         “ตามข้าออกจากป่านี่กันก่อนเถอะขอรับ ใต้เท้าหนานกงได้รับบาดเจ็ฐ กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงหมอตำบลข้างหน้า”
         “อาการหนักหรือไม่” น้ำเสียงหญิงสาวสั่นเครือ
         “ยามนี้คงเป็นตายเท่ากันขอรับ” หวังลู่เสียน  สีหน้าเคร่งเครียด เขาไม่กล้าบอกกับนางว่าคนที่ถูกพิษนั่น ล้วนลาโลกไปหมดแล้ว
         “ไป! รีบพาข้าไปหาพี่โจวให้เร็วที่สุด”
         คนทั้งหมดออกไปจากห้องพักรักษาตัวกันหมดแล้ว หนานกงโจวที่นอนลืมตาปริบๆ อยู่บนเตียงกำลังทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนเอง
         เขาคงจะตายไปแล้ว...จึงได้มาอยู่ในร่างของบุรุษผู้นี้ คนที่ถูกเรียกขานว่า ‘ใต้เท้าหนานกง’
         บนรถบัสของบริษัทติงหยวนหยวนสายวันนั้น.....
         ติงหลิวเหว่ยจำได้ว่าก่อนที่รถบัสจะกลิ้งตกถนนสูง เขากำลังถกกับติงหยวนหยวนเรื่องที่เธอแอบชอบหัวหน้างาน แต่เพราะความไม่กล้า ทำให้จางหว่านเพื่อนร่วมงานเข้ามาฉกหัวหน้าหยางหลีเหว่ยผู้นั้นไปเสียได้
         ‘เขายังไม่ได้เป็นแฟนกันซะหน่อย พี่มันใจมดเองต่างหาก ถึงได้ถอยออกมา’
         ‘แต่เขาไปกินข้าวกลางวันด้วยกันสองครั้งแล้ว’
         ‘สายตาหัวหน้าหยางมองมาทางพี่ด้วยนะ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว เขาคอยมองพี่อยู่หลายครั้ง’
         ‘นายคิดไปเองล่ะมั้ง’
         ‘พี่นั่นล่ะ คิดน้อยไปหน่อย ไม่สังเกตเหรอ เขาอยากคุยกับพี่ แค่ยายจางหว่านนั่นเข้ามาขวาง’
         ปัง!
         “ยางรถระเบิด!” เสียงคนที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างท้ายรถร้องขึ้น
         คนขับพยายามลดความเร็วรถลงแต่ไม่ทัน ส่วนท้ายของรถสะบัดอย่างแรง คนในรถหวีดร้องออกมาพร้อมกัน รถบัสไถลลงจากถนนกลิ้งไปหลายตลบ
         ติงหลิวเหว่ยที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง เหลือบมองออกนอกตัวรถอยู่หลายครั้ง เขารู้ว่ารถบัสกำลังแล่นขึ้นเนินเขาสูงเลียบชายทะเล
         ‘ฉัน ทะลุมิติมายุคโบราณเหมือนละครน้ำเน่าที่พี่หยวนหยวนชอบดูงั้นเหรอ’
         ชายหนุ่มลองหยิกแขนหยิกขาตนเองก็รู้ว่าสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่ความฝัน มือเท้าแขนขาและร่างกายก็ดูคล้ายกับตนเองในยุคปัจจุบัน เขายกมือขึ้นลูบตา หู จมูก และปากของตนเอง
         ‘จริงสิ ต้องหากระจกมาส่องดูหน้าตัวเองซะก่อน เจ้าของร่างนี้หน้าตาเป็นยังไงนะ’
 
         ฮั่วเจิ้งหูกังวลในอาการของหนานกงโจวจึงเข้ามาในห้องอีกครั้ง “ใต้เท้า ท่านหิวหรือไม่ขอรับ”
         ผู้บาดเจ็บผงกศีรษะขึ้นมอง “คุณ เอ๊ย! เจ้ามาก็ดีแล้ว ช่วยไปหาคันฉ่องให้ข้าที’
         “ได้ขอรับ” หัวหน้ามือปราบฮั่วกุลีกุจอออกไปหยิบเอาคันฉ่องกลับมายื่นให้
         หนานกงโจวขยับลุกขึ้นนั่ง รับคันฉ่องมาส่องหน้าตัวเองทั้งด้านหน้า ด้านข้างจนพอใจแล้วก็ส่งกลับคืนให้ฮั่วเจิ้งหู
         “มีอันใดหรือขอรับใต้เท้า เหตุใดจึงได้อยากจะส่องหน้าตนเองขึ้นมา”
         ติงหลิวเหว่ยที่อยู่ในร่างของหนานกงโจวรู้สึกสบายใจที่ใบหน้าของร่างนี้เหมือนกับใบหน้าในยุคปัจจุบันของตน
         ‘ยังดีที่ได้ใบหน้าเก่า หล่อเหลาเหมือนเดิม’
         “บาดแผลตามเนื้อตัวของท่านเล็กน้อยขอรับ มีเพียงพิษหมาป่าที่ทำให้ท่านหมอบอกว่าจะทำให้ท่านอ่อนแรงไปอีกพักใหญ่ คงต้องบำรุงร่างกายให้มาก”
 
         ติงหลิวเหว่ยรับรู้จากความทรงจำในร่างของหนานกงโจว คนตรงหน้านี้เป็นหัวหน้าหน่วยมือปราบในเมืองเฉินม่าย เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ติดตามหนานกงโจวอย่างจงรักภักดีมาเนิ่นนาน คนผู้นี้รู้ว่าหนานกงโจวไม่ชอบกินยาจึงกำลังคิดหาวิธีเกลี้ยกล่อม
         “เจ้าไปเอาอาหารกับยามาเถอะ ข้ากินอิ่มแล้วจะดื่มยาเอง ไม่ต้องลำบากเจ้าหรอก”
         ฮั่วเจิ้งหูชะงัก เขาเคยเห็นหลายครา ในตอนที่หนานกงโจวได้รับบาดเจ็บแล้วรักษาตัวอยู่ในเรือน มักจะแอบเทยาทิ้ง
“ได้ๆ ข้าไปเอาเดี๋ยวนี้เลยขอรับ”
         ไม่เพียงแต่กินข้าวที่วางอยู่ตรงหน้าอย่างหิวโหย แต่ยังดื่มยาจนหมดถ้วย ทำให้ฮั่วเจิ้งหูรู้สึกประหลาดใจ คุณชายหนานกงเป็นคนพิถีพิถัน ท่าทางในการกินปกติจะสงบเสงี่ยมเรียบร้อย แต่บุรุษตรงหน้าตักข้าวราวกับขอทานที่อดอยากมาเนิ่นนาน
         พอดื่มน้ำแล้ว หนานกงโจวก็ยกมือลูบท้องแล้วเรอออกมาเบาๆ เมื่อครู่ท้องของร่างนี้ร้องโครกครากราวกับขาดแคลนอาหารมาพักใหญ่
         “ใต้เท้า ท่านกินดื่มได้เช่นนี้ ข้าสบายใจนัก อีกไม่นานร่างกายของท่านต้องแข็งแรงเหมือนเดิมแน่ขอรับ ท่านอิ่มแล้วก็นอนเสียเถิด”
         “นอนเลยไม่ได้ กรดไหลย้อนกันพอดี” หนางกงโจวนั่งพิงหัวเตียงแล้วหลับตา
         ฮั่วเจิ้งหูได้แต่เอียงคอมองผู้บังคัญชาของตน “กรดอันใดนะขอรับ”
         หนานกงโจวไม่ตอบเพราะจิตของติงหลิวเหว่ยกำลังสำรวจความทรงจำของร่างนี้
         ‘เขามาตามช่วยน้องสาวที่ถูกหัวหน้าเผ่าหมาป่าจับตัวมานี่เอง สามีบัดซบที่เป็นถึงอ๋องก็มัวแต่ไล่จับคนร้าย เฮ้อ! ตกลงไม่สนใจชีวิตเมียตัวเองเลยว่างั้นเถอะ’
         พอได้รู้ความคิดของหนานกงโจวขณะต่อสู้กับหมิ่นฮุยผู้นำเผ่าหมาป่า ติงหลิวเหว่ยก็รู้สึกเดือดขึ้นมาทันที เขาอยากจะยิงเจ้าหมิ่นฮุยผู้นั้นทิ้งนัก ไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเลยสักนิด หลอกให้หนานกงโจวเข้าไปในป่าแล้วแอบยิงเข็มอาบยาพิษเลือดหมาป่าใส่ จากนั้นก็โผล่หัวออกมาเอาดาบพิชิตฟ้านั่นไล่ฟัน ดีที่วรยุทธ์ของหนานกงโจวสูงจึงหลบหลีกมาได้ มีบาดแผลตามตัวแค่ไม่กี่แห่ง
 
         รองแม่ทัพหวังพร้อมด้วยทหารคู่ใจกลุ่มหนึ่งกำลังจะนำตัวชายารองหนานกงมี่ออกจากป่า ทว่าหมิ่นฮุยที่ล่าถอยไปแล้ว กลับบุกมาใหม่พร้อมด้วยไพร่พลที่มากกว่าเดิม
         “แยกย้ายกันหนี! อย่าให้พวกมันจับตัวได้!” หวังลู่เสียนเห็นว่าฝ่ายตนน้อยกว่าจึงร้องสั่ง
         กลยุทธ์แยกย้ายกันหนีของหน่วยตะวันตก สร้างความงุนงงให้กับทหารเผ่าหมาป่า หวังลู่เสียนดึงข้อมือของหนางกงมี่ให้ตามตนหลบออกไปอีกทางพร้อมทหารคุ้มกัน ส่วนทหารที่เหลือในหน่วยก็แบ่งกลุ่มแล้วบุกตะลุยแหวกวงล้อม
พวกเขาไม่ยอมให้ตนเองถูกรุมฆ่าในสภาพเสียเปรียบ กลยุทธ์การหนีให้เก่งก็ต้องฝึกฝนให้มากพอๆ กับการต่อสู้ให้ชนะ
         “หัวหน้า พวกมันกระจายตัวกันหนี” คนสนิทของหมิ่นฮุยร้องบอก
         “ไม่ต้องสนใจคนอื่น ตามเอาตัวชายารองมาให้ข้า เอานางกลับเผ่าของเราให้ได้!”
         “รองแม่ทัพหวังพาตัวนางไปด้านโน้นแล้ว” ทหารเผ่าหมาป่าผู้หนึ่งร้องขึ้น
         หมิ่นฮุยจำชุดที่ตนบังคับให้หนานกงมี่สวมได้ เขาจึงตามทหารสวมชุดเกราะที่ดึงแขนหญิงสาวผู้หนึ่งไป
หวังลู่เสียนเห็นทหารตนเองถูกลูกเกาทัณฑ์ได้รับบาดเจ็บหลายนายจึงสั่งให้คนพวกนั้นแยกย้ายหนี
“ข้าจะล่อพวกมันไปผาริมหนองน้ำ พวกเจ้าหลบออกจากป่าไปรอข้าที่เดิม”
         หวังลู่เสียนพาหนานกงมี่หนีไปจนถึงหน้าผาก็ก้มลงไปมองเห็นแพเขียวด้านล่างก็จำได้ว่านั่นคือหนองน้ำใหญ่ทีเขาเคยมาสำรวจคราหนึ่ง ด้านบนถูกบกคลุมด้วยจอกแหนแน่นหนาจนสามารถเดินข้ามฝั่งไปได้
         “เจ้าไม่มีทางหนีแล้ว หวังลู่เสียน ส่งตัวชายารองมาให้ข้าเสียดีๆ” หมิ่นฮุยแสยะยิ้มพลางดึงเอาที่ยิงเข็มพิษออกมา
         “มีสิ!” รองแม่ทัพหวังกลัวว่าตนจะถูกยิงเข็มพิษเข้าใส่ก็รีบโอบเอวของหนานกงมี่แล้วพานางกระโดดลงจาก     หน้าผา
 ***********************

หนังสือแสดงความคิดเห็น (47)

  • avatar
    DanchiramontriSawitri

    ดีมาก

    06/07

      0
  • avatar
    ภูธเนศ ฯ.

    ดีสนุกมาก

    28/06

      0
  • avatar
    น่ารักกระติ๊บ

    ชอบมาก

    18/06

      0
  • ดูทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

บทล่าสุด