สองวันต่อมาหลังจากที่เมธีทนายของวันภาได้บอกให้ทั้งสามคนรอเขากลับมาเพื่อเปิดพินัยกรรมที่วันภาได้ทำเอาไว้เวลาก็ได้ผ่านมาตามที่ได้นัดหมายโดยในขณะนี้อามล ฤกษ์และวิมลก็ได้มารอเมธีอยู่ที่ล๊อบบี้ด้านล่างของโรงแรมก่อนที่อยู่ๆจะมีเสียงเรียกอามลมาจากทางด้านหลัง“คุณอามลใช่มั้ยครับ”เสียงเรียกนั้นทำให้ทั้งสามคนหันไปมองก่อนจะพบเข้ากับชายหนุ่มที่แลดูยังไงก็คงจะอายุไม่เกินสี่สิบแน่ๆเพราะด้วยใบหน้าที่แลดูคมคายและหล่อเหลาอีกทั้งการแต่งกายชุดสูทที่ชายหนุ่มสวมใส่มานั้นมันช่างแลดูสะอาดสะอ้านสบายตาและตัดกับผิวขาวที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้เครื่องแต่งกาย ชายหนุ่มเดินตรงมายังคนทั้งสามพร้อมทั้งรอยยิ้มที่ฉายอยู่บนใบหน้าเขาหันมองอามล ฤกษ์และวิมลที่นั่งอยู่ก่อนจะยิ้มเป็นการทักทายพลางแนะนำตัว“คุณคือ…….”“สวัสดีครับ ผมเมธีเป็นทนายของคุณวันภาและเป็นคนที่โทรนัดคุณอามลเพื่อที่จะเปิดพินัยกรรมในวันนี้ครับ”เมธีกล่าวพลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อด้านในพร้อมทั้งหยิบนามบัตรส่งให้แก่อามล“สวัสดีคะคุณทนาย ฉันอามลเป็นลูกของคุณแม่วันภา ส่วนทางนี้สามีของฉันคุณฤกษ์กับลูกสาวของฉันวิมลคะ”อามลหันไปแนะนำตัวสองพ่อลูก โดยทั้งฤกษ์และวิมลก็ต่างยิ้มรับทักทายเมธีอามลรับนามบัตรนั้นมาก่อนจะมองดูและส่งมันไปให้วิมลที่ยืนมองชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยท่าทางแปลกใจพลางคิดในใจ/นี่น่ะเหรอทนายของคุณยาย ดูหนุ่มเกินไปที่จะเป็นทนายหรือเปล่าเนี่ย แต่ก็นะคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาก็ดูหล่อดีถึงจะหล่อสู้คุณชนนนของไอจันทร์ไม่ได้ก็เถอะแต่เขาก็ยังหล่อกว่าไอเรืองเป็นไหนๆ/วิมลคิดพลางแอบลอบยิ้มโดยที่เธอไม่ทันได้สังเกตเลยว่าสายตาของชายหนุ่มนั้นได้หันมองเธอเข้าพอดีและนั้นก็ทำให้เขายิ้มเล็กๆขึ้นมาเมื่อเห็นว่าวิมลกำลังทำท่าทางแอบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียววิมลที่กำลังเคลิ้มอยู่กับความคิดของตนขณะที่ใบหน้ากำลังยิ้มเธอได้เงยหน้าขึ้นก่อนที่สายตาจะสบประสานเข้ากับเมธีที่กำลังมองเธอโดยไม่ได้ตั้งใจนั้นจึงทำให้หญิงสาวตกใจก่อนจะรีบหุบยิ้มอย่างกะทันหันพลางก้มหน้าหลบสายตาอย่างเขินอายที่ได้ทำท่าทางบ้าๆออกไป เมธีเมื่อเห็นว่าวิมลทำท่าทางเหมือนกำลังเขินที่เขาเห็นในตอนที่เธอกำลังแอบลอบยิ้มและหัวเราะไหล่สั่นชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะมีรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าก่อนที่เสียงของอามลจะดังขึ้นขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน“ถ้าอย่างนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาเปิดพินัยกรรมของคุณแม่กันเลยมั้ยคะ คุณทนาย”เมธีที่ให้ความสนใจวิมลอยู่เมื่อถูกอามลเอ่ยชื่อก็ถึงกับตกใจเล็กน้อยก่อนที่เขาจะหันกลับไปมองยังอามลที่ทำสีหน้างงเมื่อเห็นว่าทนายแลดูไม่ได้ฟังในสิ่งที่เธอพูดซักเท่าไหร่“อะ อ๋อครับ งั้นเราไปนั่งกันดีกว่าครับ เราจะได้เปิดพินัยกรรมกัน”และทั้งหมดก็พากันไปนั่งยังสถานที่ส่วนหนึ่งของโรงแรมซึ่งผู้คนไม่ขวักไขว่ก่อนที่เมธีจะเปิดกระเป๋าเอกสารที่ถือติดตัวมาและหยิบเอกสารในซองสีน้ำตาลออกมา“ซองนั้นคือพินัยกรรมของคุณยายเหรอคะ”วิมลที่เห็นซองก็อดที่จะสงสัยไม่ได้จึงเอ่ยถามเมธียิ้มก่อนที่จะตอบเธอออกมา“ใช่ครับ พินัยกรรมของคุณวันภาอยู่ในซองเอกสารซองนี้ ถ้างั้นผมจะขอเปิดอ่านเลยนะครับ”“คะ”อามลพยักหน้าและเมธีก็ได้เปิดซองเอกสารและหยิบเอกสารออกมาจากนั้นจึงอ่านเนื้อหาในเอกสารให้กับทั้งสามคนฟังโดยเนื้อหาในเอกสารนั้นก็ไม่ได้มีอะไรมากนักจะมีก็เพียงแค่เรื่องที่วันภาได้จัดการกับทรัพย์สินของตนไว้โดยได้แบ่งทรัพย์สินต่างๆออกเป็นกองๆเพื่อเอาไว้ทำสิ่งต่างๆและได้ยกทรัพย์สินที่แบ่งนั้นให้กับอามลซึ่งเป็นลูกสาวเพียงคนเดี๋ยวได้เป็นผู้รับผิดชอบดูแล เมธีได้อ่านเนื้อหาในเอกสารไปเรื่อยๆและดูเหมือนมันจะไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้นหรือตกใจจนกระทั่งเมธีได้อ่านข้อความในเอกสารบรรทัดต่อมา“และทรัพย์สินอย่างสุดท้ายของข้าพเจ้า คฤหาสน์อัสดง คฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางป่าสนที่อยู่ ณ ยอดเขาบนดอน…..ข้าเจ้าขอมอบให้แก่นางสาววิมลหลานสาวของข้าพเจ้าได้ครอบครองและเป็นเจ้าของต่อจากข้าพเจ้าหลังจากที่ข้าพเจ้าได้ถึงแก่กรรมไปแล้วโดยนางสาววิมลจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรก็ให้เป็นสิทธิ์และการตัดสินใจของนางสาววิมลแต่เพียงผู้เดียว…….”เมธีได้อ่านเนื้อหาในเอกสารไปเรื่อยๆซึ่งแตกต่างจากวิมลที่หลังจากได้ฟังข้อความในตอนนี้เธอกลับรู้สึกแปลกใจจนต้องขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างหามิได้กับสิ่งที่เพิ่งจะได้ยินเรื่องที่คุณยายของเธอนั้นยกคฤหาสน์ปริศนาให้กับเธอซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าคฤหาสน์หลังนั้นอยู่ที่ไหนและมีหน้าตาเป็นเช่นไรหลังจากที่เมธีได้อ่านเนื้อหาในพินัยกรรมจบเขาก็ได้เงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสามก่อนที่เขาจะได้หันไปเห็นสีหน้าของวิมลที่แลดูสับสนพลางทำให้เขารู้สึกสงสัยว่าเหตุใดเธอจึงมีทีท่าเช่นนั้นอามลที่เห็นเมธีเอาแต่มองไปทางวิมลด้วยสีหน้าแปลกๆเธอจึงหันไปมองลูกสาวด้วยอีกคนก่อนที่จะพบว่าบัดนี้วิมลได้มีท่าทางครุ่นคิดและได้มีสีหน้าที่แลดูกังวลใจ“เป็นอะไรหรือเปล่าวิ”อามลเอ่ยถามทำให้วิมลสะดุ้งตกใจก่อนที่เธอจะหันมองผู้เป็นแม่“อะ อะไรนะคะ”อามลขมวดคิ้วก่อนจะถามอีกครั้ง“ลูกเป็นอะไรไปวิ ทำไมถึงได้ดูกังวลใจนัก”“หนูเหรอคะ”วิมลถามกลับอย่างไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้เป็นแม่จึงถามเธอแบบนั้นก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงเมธีพูด“ใช่ครับ คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ คุณมีสีหน้าที่ดูกังวลใจมากหลังจากที่ได้ฟังข้อความในพินัยกยกรรมนี้”วิมลมองตรงไปยังเมธีสลับกับผู้เป็นแม่ด้วยหน้าตาแปลกใจโดยที่เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองนั้นได้เผลอแสดงสีหน้าออกไปเช่นไรหลังจากได้ฟังเนื้อหาในพินัยกรรม
สนุกมากก
24d
0เศรเามากก
27d
0ดูโรเเมนติด
28d
0ดูทั้งหมด