บทที่ 21 โดนสะกดรอย 2

เยว่ชิงยืดตัวขึ้น ตั้งอกตั้งใจกับสิ่งที่จะพูดต่อไป ไม่อย่างนั้นนางคงได้แต่เขินอายไปกับสายตาของเขา
“แต่ข้าคิดหาสิ่งที่เหมาะสมกว่านี้ไม่ออกเลย ข้าเคยบอกแล้วว่าการตอบแทนผู้ที่มีทุกอย่างในมือนั้นเป็นเรื่องยาก แต่การทำอะไรให้ด้วยแรงกายแรงใจนั้นง่ายกว่ามาก ข้าจึงลงทุนปักถุงหอมนี้ให้ท่านโดยไม่มีเจตนาอื่นใดนอกจากขออภัย และท่านก็สามารถใช้มันเป็นเครื่องประดับหรือสร้างกลิ่นหอมผ่อนคลายยามที่ท่านอารมณ์ไม่ดีได้ด้วย” นางพยายามอย่างมากที่สุดให้เขาเข้าใจเจตนาที่แท้จริงของนาง
เขารับถุงขนาดพอดีมือแล้วยกขึ้นสูดดมแผ่วเบา “ข้าจะใช้มันเพื่อเตือนให้นึกถึงเจ้าเสียมากกว่า”
“ก็ข้าเป็นคนทำนี่เจ้าคะ”
“แต่ข้าจะนึกถึงเจ้าขณะที่เจ้ายิ้มหรือหัวเราะ ตอนที่เจ้าเดิน
เคียงข้างกับข้า มือของเจ้า หรือแม้แต่ยามที่เจ้าดื้อเสียจนโดนข้าลงโทษ”
“ข้าก็คง...ห้ามความคิดของท่านไม่ได้” นางไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่เลือกปักถุงหอมให้เขา
“ไม่ได้หรอก เพราะเจ้าอยู่ในนั้นตลอดเวลาอยู่แล้ว”
ความรู้สึกสั่นระรัวอยู่ในอกเกิดขึ้นมาอีกครั้งและมันยากที่จะระงับ ช่างเป็นอะไรที่สลับซับซ้อนเกินกว่าจะรับมือได้ โดยเฉพาะเมื่อมันไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้ใดมาก่อน อย่าว่าแต่คุณชายเหล่านั้นเลย กับองค์ชายชางที่เอาทองมากองไว้ให้ ก็ยังไม่สามารถทำให้หัวใจของนางเต้นผิดจังหวะได้
“อืม เข้ากับชุดของข้าวันนี้พอดี”
“ดีจริง”
เยว่ชิงมองถุงหอมที่แขวนอยู่กับชุดของเขาแล้วก็คิดว่านางมีฝีมือไม่น้อยเพราะความละเอียดของมันไม่แพ้ลายปักบนชุดเลย
“เจ้าเก่งมาก มีฝีมือจริง ๆ เห็นทีข้าคงต้องไปพบมารดาของเจ้าแล้วชื่นชมที่นางสอนเจ้ามาได้ดีถึงเพียงนี้”
“ท่านชมเกินไป”
“ข้าชมจากใจจริง”
“เช่นนั้นท่านแม่คงจะดีใจมาก หลังจากบ่นว่าข้ามีความเป็น
กุลสตรีไม่มากพอมาตลอดทั้งชีวิต”
“นางก็แค่ต้องเลือกลูกเขยให้ถูกคน ต้องหาคนที่จะเห็นความงามและคุณค่าของบุตรสาวเพียงคนเดียวของนาง”
เขาใช้นิ้วเชยคางนางขึ้น ก่อนจะก้มลงมาใกล้ “เจ้าเห็นด้วยกับข้าหรือไม่”
นางหลบตาเขาแล้วตอบ “แต่บุรุษเช่นนั้นคงหาไม่ได้โดยง่าย นอกจากเห็นคุณค่าในตัวของเยว่ชิงแล้ว ยังต้องใจกว้างดั่งแม่น้ำด้วย”
“ใจกว้างดั่งแม่น้ำหรือ”
หลี่อวี้อ๋องพยายามจะไม่หัวเราะแล้วแสร้งถามออกไป “ใจกว้างอย่างไรกัน”
“รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ พร้อมที่จะให้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด” การพูดให้ตนเองได้ประโยชน์นางถนัดนักละ
“ให้อะไรบ้าง” เขาชอบหลอกล่อให้นางเผลอลืมตัวจนพูดความคิดต่าง ๆ ออกมา
“ให้ความรัก ความสุขและสิ่งที่จะนำมาซึ่งความสุข เช่นเงินทอง ของสวย ๆ งาม ๆ”
“อืม” เขาทำท่ารับรู้
“ข้านับเป็นบุรุษที่ใจกว้างดั่งสายน้ำตามคำเปรียบเปรยของเจ้าหรือไม่”
ในความจริงคือใช่ แต่หากนางตอบเช่นนั้น ก็อาจจะเป็นการชี้ทางว่าเขาควรจะเป็นสามีของนาง และการกล่าวอะไรที่จะทำให้ตัวเองต้องมาติดกับทีหลังคงไม่ฉลาดแน่
“เรื่องนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับการกระทำของท่าน ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าจะสรุปได้”
“เช่นนั้นข้าก็คงต้องแสดงความใจกว้างให้มากขึ้น”
การสนทนาควรจบลงเพียงเท่านั้น หากเขาไม่หาเรื่องแกล้งนางขึ้นมาได้อีกเรื่อง
“องค์ชายชางถือว่าเป็นผู้มีใจกว้างดั่งสายน้ำด้วยหรือไม่”
“องค์ชายชางถือเป็นโอรสของฮ่องเต้” นางตอบอย่างระมัดระวัง
“แต่หากลองคิดในฐานะบุรุษผู้หนึ่งเล่า”
“ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าองค์ชายเป็นเช่นนั้นจริง แต่ถ้าจะพูดถึงเรื่องความเมตตาด้วยแล้ว ท่านอ๋องของข้าถือว่าเหนือกว่าผู้ใด” นางตอบพร้อมยิ้มประจบเขาเต็มที่ สาบานว่าไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นใดเลยจริง ๆ นอกจากของกำนัลเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น
“ท่านอ๋องของเจ้าอย่างนั้นหรือ” เขาทวนคำ
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น มันเป็น...เป็น” นางสั่งให้ตัวเองคิดหาคำตอบที่เข้าท่า แต่สิ่งที่คิดได้มีเพียงรอยยิ้มขบขันแต่ก็เจือด้วยความ
พึงพอใจของคนตรงหน้า
“ไม่ต้องอธิบายหรอก ข้าชอบคำนี้”
นางจำต้องก้มหน้ายอมรับทั้งที่รู้สึกอับอายเหลือเกิน
“ข้าต้องกลับแล้วชิงเอ๋อร์ แม้จะไม่ต้องการเลยก็ตาม แต่ข้าต้องไปจัดการคนที่ปองร้ายเจ้า”
“ข้าขอให้ท่านจัดการทุกอย่างเรียบร้อยโดยเร็ว”
“เจ้าต้องดูแลตัวเอง ช่วงนี้อย่าเพิ่งออกไปไหน ที่สำคัญคือห้ามแอบหนีออกไปเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่” เขาสั่งพลางใช้ปลายนิ้วเคาะจมูกนางเบา ๆ
เยว่ชิงนิ่วหน้าเอามือลูบจมูกตัวเองก่อนจะตอบ “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
“แล้วข้าจะรีบมาพบเจ้าในเร็ววัน”
นางเดินมาส่งท่านอ๋องที่ประตูหน้า ซึ่งเขาก็รีบไล่นางให้กลับเข้าจวนด้วยกลัวว่าจะได้รับอันตรายจากการอยู่ข้างนอกหรือถูกพบเห็นว่าอยู่กับเขา
ทว่าการมาเยือนของหลี่อวี้อ๋องได้ถูกรายงานไปยังจวนของเสนาบดีกรมคลังเรียบร้อยแล้ว แต่ท่านเสนาบดีมิได้รู้ถึงการกระทำอันอุกอาจนี้หรอก หากแต่เป็นฝีมือฝู่อิงเว่ย บุตรสาวของตนต่างหาก
หากรู้ เขาคงห้ามปรามนางอย่างเด็ดขาดไปแล้ว เพราะเดิมพันในเรื่องนี้อาจสูงถึงศีรษะของทุกคนในตระกูล
แต่หญิงสาวที่ราวกับมีไฟสุมอยู่ในทรวงนั้นหรือจะคิดเรื่องอื่นได้นอกจากพยายามดึงให้บุรุษที่ควรจะเป็นของนางคืนกลับมา ไม่มีความสำเร็จใดปราศจากความเสี่ยง ฝู่อิงเว่ยไม่คิดว่าหนทางของนางจะราบรื่นไปได้ตลอดรอดฝั่งตั้งแต่ที่นางรู้ว่าตนอาจจะได้เป็นพระชายา นางตระหนักดีถึงคู่แข่งมากมายของตน เพราะหลี่อวี้อ๋องมีทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ รวมถึงอำนาจที่มากกว่าเชื้อพระวงศ์คนอืนเกือบทั้งหมด การกำจัดขวากนามเล็ก ๆ น้อย ๆ ย่อมถือเป็นเรื่องธรรมดาในการขึ้นสู่อำนาจอยู่แล้ว

หนังสือแสดงความคิดเห็น (106)

  • avatar
    แซ่โล้วกนกอร

    สนุกมาก

    8d

      0
  • avatar
    สิริณพร ธรรมโส

    เยี่ยม สนุก

    25d

      0
  • avatar
    โด'ด นัท'ท

    อ่านแล้วสนุกดี

    24/08

      0
  • ดูทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

บทล่าสุด