“คารวะท่านพี่มู่เฉินเจ้าค่ะ” เด็กสาวมิลืมที่จะคำนับพี่ชายของสหายสนิทที่อายุเท่ากับพี่ชายใหญ่ของนาง“ตามสบายเถิด…. เจ้าฝึกขี่ม้ามานานแล้วหรือ เหตุใดถึงได้ดูคล่องแคล่วยิ่งนัก”ซ่งมู่เฉินก้มหน้าให้เด็กสาวก่อนที่จะเอ่ยถามออกมา ฉีอันหนิงยิ้มแล้วเดินเข้าไปจับมือซ่งเจียวซินให้เดินเข้าไปนั่งภายในศาลาพักผ่อน ซุนซุนหยิบผ้าชุบน้ำส่งให้แก่คุณหนูของนาง ก่อนที่จะรินน้ำชาให้กับคุณชายและคุณหนูทั้งสองอย่างรู้หน้าที่จากนั้นก็ถอยออกไปยืนอยู่ข้างหลังของคุณหนูสี่เพื่อคอยรับคำสั่ง“ฝึกมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วเจ้าค่ะ มิใช่แค่ขี่ม้านะเจ้าคะ ยิงธนูหรือศิลปะการต่อสู้ ข้าก็ฝึกฝนมาหมดแล้ว”คำตอบของฉีอันหนิงทำให้ซ่งมู่เฉินรู้สึกพอใจ ถูกแล้วที่ผู้คนภายนอกบอกว่านางเก่งเกินบุรุษ เพราะเป็นเช่นนี้นี่เอง นางสนใจในสิ่งที่สตรีทั้งหลายมิสนใจกระทำกัน“หืม…เจ้ายิงธนูเป็นด้วยหรือ พี่ก็นึกว่าเจ้าจะเก่งแค่โยนศรกับขี่ม้าตีคลีเสียอีก”ฝีมือของนางเขาเองก็ได้เห็นมาแล้วในวันนั้น วันที่นักเลงร่างโตสามคนขวางรถม้าของสกุลฉีที่มีนางนั่งมา คราแรกเขาก็เตรียมตัวที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ แต่เมื่อได้เห็นว่านางใช้วิชาศิลปะป้องกันตัวที่ฝึกฝนมาปราบนักเลงจนวิ่งหนีแทบไม่ทันทำให้เขานึกชื่นชมในความสามารถของนางมิได้“เรามาลองประลองกันดีหรือไม่เจ้าคะ ท่านพี่จะได้รู้ว่าข้าน่ะมีฝีมือพอที่จะสู้กับบุรุษเช่นท่านได้หรือไม่”คำท้าของเด็กสาวทำให้ซ่งมู่เฉินนึกสนุก แม้ว่าธนูจะเป็นอาวุธที่เขาไม่ค่อยได้ใช้ในการทำงานเท่าใดนัก แต่ก็เป็นอาวุธที่เขาถนัดมาตั้งแต่เยาว์วัยเช่นกัน“เอาสิ…พี่ก็อยากรู้เหมือนกันว่าเด็กน้อยเช่นเจ้าจะมีฝีมือสักเพียงใด” ซ่งเจียวซินถึงกับมองหน้าพี่ชายกับสหายสนิทสลับกันไปมา การมาเยือนสหายของนางในวันนี้สนุกกว่าที่คิด และคนที่ดูจะกระตือรือร้นเห็นทีจะเป็นพี่ชายของนางนี่แหละ“ถ้าเช่นนั้นข้าขอให้กำลังใจทั้งสองคนอยู่ที่ศาลานี้นะเจ้าคะ” ทั้งสองคนพยักหน้าให้ซ่งเจียวซินก่อนที่จะลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วพากันเดินออกจากศาลาไป“ขี่ม้าหรือเป้านิ่งดีล่ะ” ซ่งมู่เฉินเอ่ยถามขณะที่ลอบมองใบหน้าของคนที่มีรูปร่างเล็กกว่า“ขี่ม้ายิงดีกว่าเจ้าค่ะ หากนิ่งๆ มันดูเหมือนง่ายเกินไป ข้าเกรงว่าท่านพี่จะคิดว่าข้าไม่มีฝีมือมากพอที่มาท้าประลองกับท่านพี่”นางยักคิ้วให้กับคนที่ยังคงมองมายังนางด้วยสายตาที่ให้ความรู้สึกแปลกประหลาด ก่อนจะเดินนำเขาไปที่ม้าแล้วสั่งให้บ่าวไปนำม้ามาอีกตัวเพื่อให้เขาได้ใช้ขี่ในการประลองยิงธนูบนหลังม้ากับนาง“ข้าน้อยคารวะคุณชายซ่งขอรับ วันนี้วันดีคุณหนูสี่ได้มีโอกาสประลองฝีมือกับผู้อื่นเสียที ที่ผ่านมาเอาแต่ประลองกับพวกบ่าวในจวน มิอาจรู้ได้เลยว่าพวกนั้นอ่อนข้อให้นางหรือไม่”ลุงลู่ยิ้มออกมาเมื่อกล่าวจบ ที่ผ่านมามีแต่เขากับบ่าวที่ชำนาญด้านการต่อสู้เท่านั้นที่ช่วยเป็นคู่ซ้อมให้แก่คุณหนูสี่ ได้คนนอกที่มีฝีมือเช่นบุรุษหนุ่มมาประลองด้วยคงจะได้ทราบกันว่า ฝีมือของลูกศิษย์ตัวน้อยของเขาไปถึงระดับไหน ซ่งมู่เฉินส่งยิ้มให้แก่ลุงลู่ก่อนที่จะหันไปมองหน้าเด็กสาวอีกครา“ถ้าเช่นนั้นวันนี้พี่ไม่ออมมือให้ก็แล้วกันนะ…น้องหญิง”เขาบอกก่อนที่จะกระโดดขึ้นหลังม้าแล้วรับคันธนูพร้อมกับกระบอกไม้ไผ่ที่ใส่ลูกธนูนำไปสะพายไว้ทางด้านหลัง ท่าทางองอาจของซ่งมู่เฉินทำให้ฉีอันหนิงตื่นเต้น หากได้ฝึกกับเขาฝีมือของนางต้องพัฒนายิ่งๆ ขึ้นไปแน่ๆ ร่างเล็กกระโดดขึ้นหลังม้าและรับคันธนูพร้อมกระบอกที่ใส่ลูกธนูเอาไปสะพายไว้บ้างจูจงฉีที่ติดตามคุณชายและคุณหนูมามองไปยังลานประลองด้วยความรู้สึกที่ตื่นเต้น เพราะเขาเองก็ไม่ค่อยได้เห็นคุณชายจับคันธนูมานานนับปีแล้ว สาวรับใช้ของทั้งซ่งเจียวซินและฉีอันหนิงต่างพากันตื่นเต้นไม่แพ้กัน สำหรับซุนซุนที่ได้เห็นฝีมือของคุณหนูบ่อยครั้งก็ยังอดที่จะรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้การประลองเริ่มขึ้นโดยซ่งมู่เฉินเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ท่าทางที่สง่างามของบุรุษหนุ่มทำให้เด็กสาววัยแรกแย้มรู้สึกชื่นชมเขาอยู่ไม่น้อย ที่ผ่านมานางยังมิเคยเห็นเขายิงธนูเลยสักครา วันนี้คงจะเป็นโอกาสดีที่นางจะได้เห็นเขาแสดงฝีมือ บุรุษหนุ่มควบม้าไปยังตำแหน่งที่เป็นจุดยิงแล้วยกคันธนูขึ้นมาแล้วยิงไปยังเป้าหมายปักตรงกลางเป้าอย่างแม่นยำ รูปร่างกำยำสมกับเป็นบุรุษหนุ่มที่ผ่านการฝึกฝนศิลปะวิชาป้องกันตัวมาอย่างยาวนานทำให้ดูน่ามองอยู่ไม่น้อยและเขาก็เรียกสายตากลมของฉีอันหนิงให้มองไปยังเขาจนแทบจะไม่ละสายตา“เข้าเป้าเก้าแต้ม” ไม่รู้ว่าเขาตั้งใจจะยิงให้พลาดเป้าหรือว่าเป็นเพราะเขาไม่ได้จับอาวุธนี้มานานเกินไปจึงทำให้พลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย“ถึงคราคุณหนูสี่แล้วขอรับ” ลุงลู่ตะโกนบอกฉีอันหนิงจึงควบม้าไปยังตำแหน่งที่เป็นจุดยิงเป้าแทนที่ของพี่ชายสหายสนิทบ้าง“เมื่อครู่พี่มิได้ตั้งใจจะให้พลาดหรอกนะ เจ้าแสดงฝีมือออกมาให้เต็มที่เลยมิต้องจงใจยอมแพ้พี่ล่ะ” เขากล่าวดักทางของฉีอันหนิงเอาไว้ก่อนที่จะควบม้ากลับไปยังศาลาพักผ่อนนัยน์ตากลมมองไปยังเป้าก่อนที่จะควบม้าวนไปมาหนึ่งรอบแล้วชะลอยิงไปที่เป้าอย่างที่เคยฝึกซ้อมกับลุงลู่ สายตาคมของคนที่เพิ่งลงจากหลังม้ามองไปยังร่างเล็กที่ควบม้าแล้วง้างคันธนูด้วยท่าทีที่มั่นคงก่อนที่จะปล่อยให้ลูกธนูเข้าเป้าไปจนเหลือลูกสุดท้ายนางหันมามองหน้าเขาแล้วหันกลับไปควบม้าไปทางซ้ายแล้วง้างคันธนูยิงเข้าเป้าไปอย่างงดงาม บ่าวที่กำลังชมอยู่ต่างพากันตบมือให้กับความเก่งของคุณหนูสี่สกุลฉี สมแล้วที่ฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก แต่ก็ยังคงรู้สึกกังขากับการยิงธนูของคุณชายซ่ง บางทีคุณชายหนุ่มอาจจะแสร้งยิงพลาดเป้าเองก็เป็นได้“เจ้าชนะแล้วสินะอันหนิง เอาไว้คราหน้ามาประลองกันใหม่” ซ่งมู่เฉินกล่าวออกมาเมื่อผู้ชนะควบม้ากลับมายังศาลาพักผ่อนที่เขาและน้องสาวนั่งรออยู่“เจ้าค่ะ” นางยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อย“อันหนิง… เจ้าเก่งที่สุด… ท่านพี่ท่านฝีมือตกแล้วนะเจ้าคะ” ซ่งเจียวซินเอ่ยชมสหายสนิทก่อนที่จะหันไปเย้าแหย่พี่ชาย“นั่นสินะ…เห็นทีต้องมาประลองกันใหม่อีกสักครา”เขาตอบผู้เป็นน้องสาวแต่ทว่านัยน์ตาคมกลับจ้องมองไปยังดวงหน้างามที่มีหยาดเหงื่อซึมออกมาจากแสงแดดที่เริ่มจะแรงขึ้น ฉีอันหนิงสบตากับเขาครู่เดียวก่อนที่จะหลบสายตาคมของบุรุษหนุ่มมองไปทางสหายสนิทของนางแทน ริมฝีปากหนาฉีกยิ้มออกมาอย่างพอใจ‘ถ้าหากเป็นสตรีจากสกุลฉีนางนี้ ก็คงมิเป็นอันใดสินะ’
สนุก
24/07
0ยอดเยี่ยม เนื้อเรื่องดีมาก อ่านเพลินสุดๆ
15/07
0สนุกมากเลยค่ะ ชอบมาก
01/07
0ดูทั้งหมด