logo text

11 ระหว่างเรา...กับเขา

11
ระหว่างเรา...กับเขา
@Plus Tree cafe’
“ไมล์ นิกม์ ทางนี้ ๆ” ไอรินเพื่อนร่วมชั้นตอนมัธยมปลายส่งเสียงเรียกพวกเราสองคนที่กำลังเดินเข้าไปในร้าน หลังจากผมขนของกลับมาถึงบ้านจู่ ๆ ไมล์ก็ไลน์มาหาผมบอกว่าจะเข้ามารับเพื่อมางานรวมตัวของชาวแก๊งส์ ซึ่งผมว่าผมคงเข้าใจผิดคำว่าชาวแก๊งส์ของไมล์ผิดไปสักเล็กน้อย เพราะเท่าที่เห็นจำนวนคนที่พอคุ้นหน้าคุ้นตาแล้วเหมือนจะยกกันมาทั้งรุ่น
“กลุ่มเราอ่ะ ไม่มาเหรอ ไหนแกบอกว่านัดรวมก๊วนเราไง” ไมล์เอ่ยถามไอริน ดูเหมือนว่าเธอเองก็ไม่ได้คาดหวังถึงคนทั้งรุ่นเช่นกัน
“เดี๋ยวก็มากันแล้วมั้ง พวกเยลลี่กับปั้นเพิ่งโทรมาบอกว่าจะมาช้าหน่อยแต่คงใกล้มากันแล้วแหละ” รินอธิบาย ไมล์ได้แต่พยักหน้าเข้าใจ พร้อมกับนั่งลงตรงข้ามกับไอรินโดยมีผมนั่งลงข้าง ๆ เธอ
“จะกินอะไรก่อนมั้ย เรายังไม่ได้กินไรเลยอ่ะ” ไมล์หันมาถามผม
“อือ ไมล์อยากกินอะไรสั่งมาเลย เดี๋ยวเรากินด้วย” ผมบอกไมล์และหยิบเมนูที่วางอยู่ยื่นไปให้เธอ
“กูสั่งเบียร์รอพวกมึงแล้วนะโปรนึง ถ้าจะเอาอะไรเพิ่มก็สั่งเลย” รินเสริมสักพักไมล์ก็จดเมนูอาหารลงในกระดาษเสร็จสรรพก็ลุกออกไปตรงเคาน์เตอร์ร้านให้บิลแก่พนักงาน ระหว่างที่เธอกำลังจะเดินกลับมาเธอถูกเรียกโดยเพื่อนอีกกลุ่ม ผมมองเธอพูดคุยกับเพื่อนกลุ่มนั้นสักพัก จนกระทั่งไอรินพูดขึ้น
“ไม่ทักไม่ทายกันเลยนะนิกม์”
“อะไร ก็ทักแล้วไงตอนมาถึง” นิกม์ตอบยัยริน
“พยักหน้าทักอ่ะนะ เรียกทักเหรอวะ”
“สวัสดีครับคุณไอริน”
“กวนตีนเหมือนเดิม”
“ก็คุณรินอยากให้ทัก ไม่ได้กวนเพื่อนเลยจริง ๆ ครับ”
“หึหึ ไอ้นิกม์...” ไอรินจ้องหน้าผมอย่างเอาเป็นเอาตาย
“…”
“…”
บทสนทนาเงียบไปครู่นึง เหมือนไอรินจะพูดอะไรแต่ไม่ยอมพูดออกไปสักทีจนผมต้องเป็นฝ่ายเริ่มเอง
“อะไรของมึงไอริน มาเดดแอร์ใส่กู”
“ไม่มีไรอ่ะ ไม่อยากพูดละ”
ไมล์เดินกลับมานั่งที่โต๊ะ พร้อมกับนำบรรยากาศสดใสเข้ามาทำลายความขุ่นมัวรอบบริเวณผมและไอริน รวมทั้งเยลลี่และปั้นก็เข้ามาสมทบ และตามด้วยเพื่อน ๆ คนอื่นจนตอนนี้บรรยากาศรอบ ๆ เริ่มคึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อาจเพราะแอลกอฮอล์เริ่มเข้าปากกันทุกคนแล้ว ทั้งที่เพื่อนของพวกเราพูดคุยกันมันส์ปากแต่ผมและไมล์กลับพูดคุยกันอยู่สองคน ผมไม่อยากละสายตาจากรอยยิ้มที่เปื้อนแก้มแดงของเธอสักวินาทีเดียว ดูเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขล้นซะจนผมหุบยิ้มแทบไม่ได้เช่นไมล์ ไมล์ยื่นมือมาจับมือผมเล่น ดูเธอพินิจพิเคราะห์เรียวนิ้วของผมอย่างเพลิดเพลิน ผมจึงกุมมือนั้นไว้โดยซ่อนมันไว้ใต้โต๊ะไม่ให้ใครเห็น
“สรุปมึงมีแฟนยังไอ้ไมล์” อยู่ ๆ รินก็ถามขึ้น ไมล์จึงเหลือบตามองผมเป็นเชิงไม่รู้จะตอบอย่างไรดี
“ไม่มีเว้ย”
“ทำไมไม่มี ตอนม. ปลายนี่ฮอตไม่ใช่เหรอ”
“ตอนนู้นอ่ะใช่ แต่ตอนนี้ยังไม่มีคนขอสักทีไง” เธอตอบยิ้ม ๆ เป็นยิ้มเศร้า ๆ ทำเอาผมเจ็บแปล๊บในใจ ผมไปต่อแทบไม่เป็น นี่คือไมล์รอผมขอคบอยู่ ใช่ไหม ผมไม่ได้คิดไปเอง ผมได้แต่แสดงสีหน้านิ่งเรียบปล่อยมือที่กุมอยู่ของเราออกก่อนจะขอตัวลุกไปเข้าห้องน้ำ
ต้องตั้งสติ
ใจผมเต้นแรงถี่ขึ้น ถ้าขืนจับมือเธอไว้ต่อไปไมล์ต้องรู้ตัวแน่
ผมจัดการทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินออกไปยืนหน้าที่สูบบุหรี่ ผมหยิบบุหรี่ออกจากซองมาหนึ่งม้วนกะจะจุดสูบ แต่พอมองไปที่มันก็นึกได้ว่ามันเป็นเพียงซองเตือนใจเพื่อจะเลิกสูบ ช่วงที่ภีมเสียไปผมเริ่มสูบบุหรี่หนักขึ้นเพื่อระบายความเครียด ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าจะทำยังไง ทุกอย่างมันมืดไปหมดจนสุดท้ายกลายเป็นคนเสพติดบุหรี่ไป กระทั่งกลับมาเจอไมล์ผมก็รู้สึกดีขึ้นจนไม่ต้องพึ่งมันอีก
“ไอ้นิกม์”
“อ้าว มีไรริน” ผมถามคนตรงหน้าที่เดินเข้ามาหาผม ผมว่าแล้วว่ามันต้องอยากพูดอะไรกับผมแน่ ๆ
“สงสัย”
“เรื่องไร”
“มึงจะขอไมล์คบตอนไหน กูดูออกนะว่ามึงรู้สึกดีกับไมล์”
“อือ”
“อืออะไรของมึง รีบ ๆ ทำให้มันชัดเจนถ้าไอ้ไมล์ไปคบกันคนอื่นมึงจะเสียใจ”
“ใครว่ะ”
“มึงไม่ต้องรู้เหรอก แต่กูมั่นใจว่าไมล์ก็รู้สึกดีกับมึง อย่างน้อย ๆ มันก็เคยชอบมึงไม่ใช่เหรอ ตอนม. ปลาย”
“หลังปีใหม่”
“กูจะไปบอกไมล์ให้นะ ฮุฮุ” จบคำนั้นรินก็วิ่งลู่กลับไปที่โต๊ะทันที จะให้ห้ามก็ไม่ทันได้ออกเสียงตัวแรกเสร็จด้วยซ้ำ
เผลอพูดว่าหลังปีใหม่ไปแล้วแฮะ รอก่อนนะไมล์
ผมเดินไปคุยกับเพื่อนโต๊ะอื่น ๆ นานสักพักกว่าจะกลับไปที่นั่ง พอตอนที่ผมกลับไปที่โต๊ะของตัวเองกลับพบแค่เยล ปั้น ไอริน และมีเพื่อนมาเพิ่มอีกคนคือไอ้แทน นึกว่ามันไปเรียนที่ญี่ปุ่นซะอีก มาอยู่นี่ได้ไงเนี่ย
“ไมล์อ่ะ” ผมถามหาไมล์กับทุกคน แต่ทุกคนส่ายหน้าพร้อมเพรียงกัน
“เออ แต่กูเห็นอยู่แถวห้องน้ำนะคุยอยู่กับไอ้สกาย เมื่อกี้เดินผ่านอยู่ก็ทักมันไป” แทนบอก ผมจึงอดไม่ได้ที่จะเหลือบไปมองทางนั้น แม้จะมองจากที่ไกล ๆ ก็เห็นได้ว่าไมล์กำลังพูดคุยกับสกายอยู่จริง ๆ ใจผมปลิวขึ้นมาทันใดเมื่อเห็นไมล์พูดคุยกับแฟนเก่าของเธอแล้วยังหัวเราะมีความสุขแบบนั้นได้ ไม่รู้ว่าสองคนนั้นพูดคุยอะไรกัน จู่ๆ สกายก็ลูบหัวของเธออย่างเอ็นดู พวกเขาดูเหมาะสมน่ารักซะจนผมอิจฉา อิจฉาที่เธอกับเขามีท่าทีสนิทสนมกันขนาดนั้น
ตุ้บ!
ผมลุกขึ้นยืนเดินตรงไปทางที่ไมล์อยู่โดยไม่ได้สนใจเก้าอี้ที่ล้มลงสักนิด เธอหันมามองผมที่กำลังเดินไปพอดี เธอยิ้มร่าเริงให้ผมเช่นเดิมก่อนจะหันกลับไปสนใจสกาย เมื่อผมเข้าไปถึงผมก็ทักสกายด้วยความคุ้นเคย ยังไงซะมันก็เพื่อนของผมคนหนึ่งเหมือนกัน
“ไง สบายดีเหรอ” ผมถาม
“เออดี ๆ มึงอ่ะเป็นไงบ้าง เรื่องที่เกิดขึ้นกับแฟนมึง...มึงโอเคใช่ะป่ะ”
“อื้อ ไม่ได้คิดมากแล้ว”
“ดีแล้วละ กูเข้าใจมึงดีเลยล่ะ” สกายบอกผม
“อื้อ แต๊งกิ้ว”
“…”
บทสนทนาเข้าสู่ความเงียบ ไมล์ทำท่าพูดไม่ออกเหมือนเธอไม่อยากให้ผมรับรู้บทสนทนาระหว่างเธอกับสกาย
“งั้นพวกกูไปก่อนนะ, ไปกันเถอะไมล์” ผมจึงจับข้อมือของไมล์กึ่งดึงกึ่งลากเธอออกไป เธอทำหน้าเอ๋อ แต่ก็ก้าวตามอย่างว่าง่าย
“เอ่อ...นะ..”
“อย่าเพิ่งพูดอะไรนะ” ผมปราม
“อื้อ”
หลังจากนั้นเราก็ไม่พูดไม่จากันอีกเลย ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตัวเองเป็นบ้าอะไรขึ้นมา มันรู้สึกฉุนและโกรธ เรื่องไมล์กับสกายเมื่อกี้ จนไม่อยากจะพูดอะไรและไม่อยากที่จะฟังอะไรทั้งนั้น แค่รู้สึกว่าทำไมมันถึงได้พูดจาอวดดี มาเข้าใจผมเรื่องภีมได้แบบนั้น หรือว่า นี่ผมกำลัง ‘หึง’ อย่างงั้นเเหรอ ไม่ใช่หึงสิ ผมหึงไม่ได้ โกรธก็ไม่ได้ ไม่พอใจไม่ได้
...มันคือความงี่เง่าโดยแท้ ให้ตายเถอะ ผมเคยมีแฟนนะไม่ใช่ไม่เคย แต่มีครั้งนี้แหละที่รู้สึกอะไรที่อธิบายออกไปไม่ได้แบบนี้...
“นิกม์…”
“…”
“นิกม์” ผมหลุดจากภวังค์แล้วหันมาให้ความสนใจเสียงเรียกจากไมล์
“อะ โทษที ๆ ว่าไง”
“เราอยากกลับแล้ว”
“งั้น กลับกันเลยมั้ย”
“อือ, พวกมึงเดี๋ยวกูขอกลับก่อนนะ ใกล้จะเกินเวลาที่บอกที่บ้านแล้วอ่ะ” ไมล์เออออกับผมแล้วหันไปบอกเพื่อน ๆ
และทุกอย่างก็เข้าสู่ความเงียบงันอีกครั้ง เราเดินออกไปเงียบ ๆ เงียบซะจนผมนึกว่าไม่มีเสียงรอบข้างด้วยซ้ำ เธอไม่พูดอะไรเลยจนกระทั่งถึงหน้าหอพักของผม ผมลงจากมอไซต์เธอก็ถอยรถเปลี่ยนทิศทางและตั้งท่าจะขี่ออกไปโดยไม่บอกลา ผมจึงเป็นฝ่ายต้องรั้งเธอไว้อีกครา
“เดี๋ยวดิไมล์ ให้เราขี่รถตามไปส่งมั้ย” ผมถามเธอด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ต้องเหรอก เรากลับเองได้”
น้ำเสียงแข็งปฏิเสธอย่างเยือกเย็นนั่นมันอะไรกันนะไมล์ เธอเคืองผมที่เข้าไปขัดจังหวะการพูดคุยของเธอกับสกายงั้นหรือ ไม่เข้าใจไอ้ท่าทางแบบนั้นของเธอ ทั้งทีตอนนั้นยังยิ้มร่าเริงให้ผมอยู่แท้ ๆ
เธอไม่รอให้พูดตื้อต่อสักนิด รู้ตัวเธอก็บอกลาแล้วขี่รถออกไป ผมวิ่งเข้าห้องเพื่อไปหยิบกุญแจมอไซต์ และขี่ตามหลังเธอไปอย่างรวดเร็ว ผมมองตามแผ่นหลังของเธออยู่ไกล ๆ จนระยะเริ่มใกล้ขึ้น เมื่อเธอรู้ตัวว่าผมตามจึงหันมาถาม
“ตามมาทำไมเนี่ย”
“เป็นห่วงไง มันดึกแล้วทางบ้านไมล์เปลี่ยวจะตาย อันตราย”
“ไม่ต้องไง เรากลับได้เกรงใจ”
“ไม่อ่ะ มันไม่ปลอดภัย”
“เฮ้อ~ งั้นตามใจล่ะกัน”
สรุปผมก็ดื้อมาส่งเธอถึงหน้าบ้านจนได้ นอกจากเป็นห่วงเธอก็อยากรู้นั้นแหละว่าเธอเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น?
“แกเป็นไรป่าวอ่ะ”
“เปล่านิ แค่เหนื่อยอะ”
“เหรอ งั้นไมล์ขึ้นไปพักเถอะ”
“อื้อเค”
“ฝันดีนะ”
“…” เธอพยักหน้าเบา ๆ พร้อมกับเปิดประตูบ้าน
“ไมล์”
“หื้ม อะไรเหรอ”
“มะรืนนี้ไปเค้าดาวน์ด้วยกันนะ”
เธอยิ้มนิ่ง ๆ ให้ผม ไม่ได้รับปากด้วยคำใด เธอปฏิเสธ หรือตกลงด้วยรอยยิ้มผมก็ไม่แน่ใจ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจ...
‘ระหว่างไมล์กับสกายมันต้องมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้น ต้องมีเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับผมอยู่แน่นอน’

หนังสือแสดงความคิดเห็น (163)

  • avatar
    Pos Phumipat

    เริ่ส

    21d

      0
  • avatar
    Bangsa Ku Melayu

    ดีมาก

    26d

      0
  • avatar
    วรรณสารคีรีจันทร์จิรา

    ชอบๆๆ

    13/08

      0
  • ดูทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

บทล่าสุด